วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระเสาร์


พระเสาร์ (Shani or Sani)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีตุลย์ 0º - 20º เป็นมูลตรีโกณ ราศีกุมภ์ 0º – 20º เป็นเกษตร ราศีกุมภ์ 21º - 30º และเป็นเกษตร ราศีมกร 0º - 30º
         * บรมอุจจ์ ราศีตุลย์ 20º
         * บรมเกษตร ราศีกุมภ์ 27º และราศีมกร 16º
         * หลังจากองศาอุจจ์ คือ 21º – 30º ของราศีตุลย์ มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศประจิม (Pascima Dikpala)
         ** พระวรุณเทพเป็นผู้ดูแลทิศประจิม มีบ่วงบาศก์ปาสะเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพปัตนิ
5. วรรณะ : ศูทร (Shudra Varna) ช่างทุกแขนง วิศวกร และกสิกรรม
6. ธาตุ : วาโยธาตุ (Vayu Tattva)
7. ฤดู : ศิศิระฤดู (Sisira ritu) ฤดูต้นใบไม้ผลิ กุมภาพันธ์ – มีนาคม
8. สี : สีน้ำเงิน สีดำ สีสลัว สีเทาดำ
9. อัญมณี : ไพลิน (Blue Sapphire) ทดแทนโดย เพทายสีน้ำเงิน (Blue Zircon) ทัวร์มาลีนสีน้ำเงิน (Blue Tourmaline) พลอยสีน้ำเงิน (Blue Spinel) เขี้ยวหนุมาน (Amethyst) นิล (Nila) หรือ ลาพิซลาซูไล (Lapis Lazuli) ประดับกับแหวนเหล็กในวันเสาร์ หรือศุกร์ โดยไพลินต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 5 กะรัต สวมที่นิ้วกลางข้างขวา ต้องสวมครั้งแรกก่อนพระอาทิตย์ตกดิน 2 ชั่วโมง ในวันเสาร์ ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
11. เทพผู้รักษา : พระพรหม (Brahma)
         ** พระยม (Yama)
         ** พระแม่กาลี (Kali Devi)
         ** พระหนุมาน (Hanuman)
12. เพศ : บัณเฑาะก์ ทั้งเพศชายและหญิง
13. อวัยวะ : ผม เล็บ กระดูก กล้ามเนื้อ ซี่โครง ท้องตอนบน ม้าม เท้า ธาตุลมในร่างกาย กรดในร่างกาย เข่า ไขมันในกระดูก
14. โรค :  โรคหู หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง โรคหืด วัณโรค กามโรค โรคผิวหนัง การประพฤติผิดศีลธรรม โรคปวดตามข้อ ท้องผูก ไตอักเสบ การขับของเสียออกจากร่างกาย
15. นิสัย : ตมัสสะคุณะ (Tamas Guna) เกียจคร้าน ไม่กระฉับกระเฉง เฉื่อยชา เยือกเย็น ไม่เปิดเผยเรื่องของตนให้คนอื่นรู้ เคร่งครัดในระเบียบวินัย รักความยุติธรรม กระด้างทางอารมณ์ โหดเหี้ยม ทารุณ ดื้อรั้น เฉยเมย เห็นแก่ตัว ทิฐิมานะ หยาบคาย
16. บุคคล : ลูกชู้ ลูกนอกกฎหมาย พ่อเลี้ยง โจร วิศวกร สถาปัตยกรรม ช่างทุกแขนง กสิกร ปศุสัตว์ ผู้รับเหมาก่อสร้าง พ่อครัว ทหารเกณฑ์ ทูต ผู้พิพากษา เพชฌฆาตลานประหาร
17. สถานที่ : ห้องส้วม ที่ๆน้ำเน่าขัง ที่เก็บศพ ป่าช้า ที่รกร้าง กองขยะ ตึกร้อง บ้านเก่า คลังอาวุธ เรือนจำ หมู่บ้านชนบท ที่กันดาร ที่แห้งแล้ง ทะเลทราย เนินเขา ป่าใหญ่ ยอดเขาสูง
18. รูปร่าง : สูงใหญ่ สูงโปร่ง กระดูกใหญ่ มือและเท้าใหญ่ไม่งดงามน่ารัก ผิวเนื้อดำ ฟันซี่โตและไม่เป็นระเบียบ ตาโตและค่อนข้างแดง ผมหยาบ แข็งแรง
19. สิ่งอื่นๆ : รสฝาด รสเฉียบ รสกรด ต้นหญ้าและวัชพืช ผ้าหลายสี ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดพื้น แร่เหล็ก แร่ตะกั่ว เครื่องนุ่งห่มเก่า ของเก่า ก่อสร้าง อุปสรรค ตายโหง ความล่าช้า ความวิตกกังวล
20. ประวัติการกำเนิด
         พระเสาร์ เป็นบุตรของพระสุริยา และพระนางชายา เทวลักษณะของพระเสาร์ เป็นหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือคันธนู ๑ ลูกศร ๑ หอก ๑ ประทานพร ๑ มีกาดำเป็นพาหนะ รถม้าของพระเสาร์เป็นเหล็กเทียมด้วยม้า ๘ ตัว ส่วนทางไทย พระเสาร์ถือตรี และคันธนู ทรงเสือเป็นพาหนะ

ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ

วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระศุกร์


พระศุกร์ (Shukra)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีมีน 0º - 27º เป็นมูลตรีโกณ ราศีตุลย์ 0º – 15º เป็นเกษตร ราศีตุลย์ 16º - 30º และเป็นเกษตร ราศีพฤษภ 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีมีน 27º
* บรมเกษตร ราศีตุลย์ 14º และราศีพฤษภ 13º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 28º – 30º ของราศีมีน มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศอาคเนย์ (Agneya Dikpala)
** พระอัคนีเทพเป็นผู้ดูแลทิศอาคเนย์ มีธนูอาคเนยะศาสตราเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางวัน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพพันธุ
5. วรรณะ : พราหมณ์ (Brahmin Varna) นักบวช พระสงฆ์ ครู อาจารย์
6. ธาตุ : ชลธาตุ (Jala Tattva)
7. ฤดู : วสันต์ฤดู (Vasanta ritu) ฤดูใบไม้ผลิ เมษายน – พฤษภาคม
8. สี : สีหลากสี
9. อัญมณี : เพชร (Diamond) ทดแทนโดย แซฟไฟร์สีขาว (White Sapphire) ทัวร์มาลีนสีขาว (White Tourmaline) เพทายสีขาว (White Zircon) หรือคริสตัลสีขาว (White Rock Crystal) ประดับกับแหวนเงินหรือทองคำขาว โดยเพชรนั้นจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ก็ได้ น้อยที่สุดคือ 1 – 1.5 กะรัต ส่วนแซฟไฟร์ ทัวร์มาลีน หรือเพทายสีขาวควรมีน้ำหนักมากกว่า 3 หรือ 4 กะรัต และคริสตัลควรมีน้ำหนักมากกว่า 11 กะรัต สวมที่นิ้วก้อยข้างขวา ต้องสวมครั้งแรกตอนพระอาทิตย์ขึ้น ในวันศุกร์ ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : จ ฉ ช ซ ฌ ญ
11. เทพผู้รักษา : พระแม่ศจี (Sachi Devi) พระชายาพระอินทร์ ** พระแม่ลักษมี (Lakshmi)
12. เพศ : เสามะยะ (Saumya) เพศหญิง
13. อวัยวะ : ใบหน้า ตา ท้ายทอย คอ คาง แก้ม ผิวหนัง ระบบสืบพันธุ์ ความปรารถนาทางกามรมณ์ น้ำอสุจิ รังไข่ อวัยวะเพศ ไต
14. โรค :  โลหิตจาง นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในไต ตาเป็นต้อ ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์หรืออวัยวะเพศ อัมพาต หืด วัณโรค คออักเสบ หวัดคัดจมูก กามารมณ์มากผิดปกติ ความผิดปกติในพฤติกรรมทางเพศ โรคไร้สมรรถภาพหรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รูปร่างไม่ดึงดูดเพศตรงข้าม กามโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เบาหวาน
15. นิสัย : รชัสสะคุณะ (Rajasa Guna) ความหลงใหล งมงายในตัวเอง ชอบแต่งตัวและความผาสุกไปวันๆ ชอบเที่ยวเตร่หาความสำราญ เจ้าบทเจ้ากลอน ชอบความเพลิดเพลิน สนุกสนานร่าเริง ชอบดนตรีและขับร้อง ใจดี มีเสน่ห์ ชอบเอาใจใส่เพศตรงข้าม รักความสะอาด มีวาจาไพเราะ ช่างเจรจา วิริยะทางสังคมดี
16. บุคคล : ญาติฝ่ายแม่ เมียน้อย หญิงสาว นางงาม ดารา นักแต่งเพลง สร้างภาพยนต์ ช่างเสริมสวย คนขายเครื่องสำอาง นางสนม นางสนองพระโอษฐ์
17. สถานที่ : ห้องนอน สถานที่ร่วมเพศ สวนดอกไม้ สถานเริงรมย์ สถานบันเทิง สภากาชาด สภาสังคมสังเคราะห์ แหล่งท่องเที่ยว สถานเสริมสวยและสถานเสริมความงาม โรงละคร
18. รูปร่าง : รูปร่างงามสะดุดตา แขนขาได้สัดส่วน นัยน์ตาคม ผมดำสลวยและหยักศก
19. สิ่งอื่นๆ : รสเปรี้ยว ต้นไม้ดอก ผ้าไหม ผ้าห่ม เสื้อคลุม เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เพชรพลอย งานมงคลสมรส เครื่องนุ่งห่มที่ใช้ทนทาน แร่ไข่มุกและเพชร
20. ประวัติการกำเนิด
         พระศุกร์เป็นบุตรของมหาฤๅษีวศิษฐะและนางอุระชะ พระศุกร์เป็นครูของพวกอสุรา ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามของพระพฤหัสบดีที่เป็นครูของฝ่ายเทพ
         เทวลักษณะของพระศุกร์ เป็นหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือคัมภีร์พระเวทย์ ๑ สังข์ ๑ หงายมือประทานพร ๑ ประทานพร ๑ มีม้าเป็นสัตว์พาหนะ หรือมีสี่กร ถือไม้เท้า ๑ ลูกประคำ ๑ คัมภีร์พระเวทย์ ๑ ประทานพร ๑ ประทับบนรถม้าเทียมด้วยม้า ๗ ตัว ส่วนทางไทย พระศุกร์ถือไม้เท้า ทรงโคเป็นพาหนะ

ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ

วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระพฤหัสบดี


พระพฤหัสบดี (Vrihaspati)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีกรกฎ 0º - 5º เป็นมูลตรีโกณ ราศีธนู 0º – 10º เป็นเกษตร ราศีธนู 11º - 30º และเป็นเกษตร ราศีมีน 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีกรกฎ 5º
* บรมเกษตร ราศีธนู 16º และราศีมีน 7º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 6º – 30º ของราศีกรกฎ มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศอีสาน (Isanya Dikpala)
** พระศิวะเทพเป็นผู้ดูแลทิศอีสาน (อิศวร) มีตรีศูลเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางวัน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพตนุ
5. วรรณะ : พราหมณ์ (Brahmin Varna) นักบวช พระสงฆ์ ครู อาจารย์
6. ธาตุ : อากาศธาตุ (Akasa Tattva)
7. ฤดู : เหมันต์ฤดู (Hemanta ritu) ฤดูหนาว ธันวาคม – มกราคม
8. สี : สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเหลือง
9. อัญมณี : บุษราคัม (Yellow Sapphire) ทดแทนโดย โทแพซสีเหลือง (Yellow Topaz) คอรันดัมสีเหลือง (Yellow Corundum) ทัวร์มาลีนสีเหลือง (Yellow Tourmaline) เพทายสีเหลือง (Yellow Zircon) หรือซิตริน (Citrine) ประดับกับแหวนทองในวันจันทร์หรือวันพฤหัสบดี โดยบุษราคัมต้องมีน้ำหนัก 6 11 หรือ 15 กะรัต สวมที่นิ้วนางข้างขวา ต้องสวมครั้งแรกตอนพระอาทิตย์ขึ้น ในวันพฤหัสบดี ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ด ต ถ ธ ท น
11. เทพผู้รักษา : พระอินทร์ (Indra) ** พระพรหม (Brahma)
12. เพศ : กรูระ (Kroora) เพศชาย
13. อวัยวะ : หู เพดานปาก คอ เส้นเลือดขั้วหัวใจ ต่อไร้ท่อ ตับ น้ำดี ตับอ่อน ถุงน้ำดี การดูดซึมอาหาร การย่อยอาหาร การเจริญเติบโตของร่างกาย ระบบการสลายไขมันในร่างกาย
14. โรค :  หูหนวก ไอ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบาหวาน โรคหืด วัณโรค โรคตับอ่อน โรคม้ามโรคอ้วน ลิ่มเลือด เส้นเลือดอุดตัน โลหิตจาง เนื้องอก ดีซ่านและโรคอื่นๆของตับ
15. นิสัย : สัตวะคุณะ (Sattva Guna) ผ่องใสในอารมณ์ มีความคิดความอ่าน ทรงภูมิปัญญา น่านับถือ วางตัวดี ชอบศึกษา รอบรู้คงแก่เรียน มีความรู้ อัจฉริยะด้านการอ่านและเขียน มีพรหมวิหาร มีคุณธรรมสูง วางตัวเฉยเมย เยือกเย็น บูชาความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรมและยุติธรรม
16. บุคคล : บุตรและหลาน ทายาท ครูอาจารย์ พระสงฆ์ ผู้พิพากษา วุฒิสมาชิก นักปราชญ์ราชบัณฑิต มหัลกะ (ผู้มีอายุมาก) พระพรหม
17. สถานที่ : ห้องหนังสือ ห้องเรียน ห้องสมบัติ คลังสมบัติ ศาล โรงเรียน สถานศึกษา ป่าไผ่ โรงทาน ธนาคาร ตลาดหุ้น
18. รูปร่าง : อ้วนชนิดลงพุง ตาและผมมักเป็นสีน้ำตาล ผมหยักศก
19. สิ่งอื่นๆ : รสหวาน ต้นไม้ผลดกออกตลอดปี ผ้าสีเหลือง จีวรพระ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร แร่เงินและทองแดง ผลประโยชน์ รายได้ กำไร ปานิโยทก (น้ำดื่ม) เครื่องเรือน รัตนาวลี (สร้อยเพชร) ความรุ่งเรือง ศิโรรัตน์ (เพชรประดับศีรษะ) ชโยติส (โหราศาสตร์และดาราศาสตร์) พระเวทย์ เวทางคศาสตร์ (ศาสตร์ประกอบการศึกษาพระเวทย์)
20. ประวัติการกำเนิด
         หลังจากที่พระพรหมบิดาได้สร้างโลกขึ้นมาแล้ว ทรงสร้างมหาฤๅษีขึ้นมากลุ่มหนึ่ง เพื่อคอยจดบันทึกพระเวทย์จากพระโอษฐ์ของพระองค์ได้ โดยหลาย ๆ คัมภีร์ จะกล่าวว่ามหาฤๅษีนั้นมีเพียง ๗ รูปเท่านั้น แต่ในอีกหลายคัมภีร์ก็มีหลายรูป พอสรุปได้ดังนี้คือ มหาฤๅษีภฤคุ มหาฤๅษีปุลาหะ มหาฤๅษีกรตุ มหาฤๅษีอังคิร์ มหาฤๅษีมริจิ มหาฤๅษีอตริ มหาฤๅษีปุละสัตยะ มหาฤๅษีนารท มหาฤๅษีวศิษฐะ และพระพรหมยังทรงสร้างมนู หรือมนุษย์กลุ่มแรกขึ้นมาหลายคน หนึ่งในนั้นคือ กรรธะมะประชาบดี และเทวะหุติภริยา ทั้งสองบำเพ็ญทุขกิริยาต่อพระวิษณุริมฝั่งแม่น้ำสรัสวตี พระวิษณุจึงให้พรบังเกิดเป็น ลูกสาวทั้งหมด ๗ คน คือ กาละ อนุสุยา ศรัทธา หรรภิวุ คติ กริยา ฆยาติ อรุณธติ และศรรติ ศรัทธาและมหาฤๅษีอังคิร์แต่งงานกัน กำเนิดบุตรเป็น พระพฤหัสบดี
         พระพฤหัสบดีเป็นครูของเหล่าเทพทั้งหลาย มีภรรยาชื่อพระนางทาระ ตอนที่พระจันทร์ลักพาตัวพระนางทาระไป จนกำเนิดเป็นพระพุธ พระพฤหัสบดีตามหาจนเจอ เกิดการโต้เถียงกันขึ้น พระจันทร์พาพระนางทาระหนีไปอยู่กับพระศุกร์ พระพฤหัสบดีก็ไปทวงคืน พระศุกร์ก็โต้เถียงกับพระพฤหัสบดีด้วย และเนื่องด้วยพระศุกร์เป็นครูของเหล่าอสูร ด้วยเหตุนี้จึงลุกลามกลายเป็นศึกระหว่างเทพและอสูรอีกครั้งหนึ่ง
         พระพฤหัสบดีมีเทวลักษณะเป็นหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือจักร ๑ สังข์ ๑ หงายมือประทานพร ๑ และประทานพร ๑ ทรงช้างเป็นพาหนะ หรือในบางลักษณะจะมีสองกร ถือประคำ ๑ และคัมภีร์พระเวทย์ ๑ ประทับอยู่บนรถม้าสีทอง เทียมด้วยม้าสีเหลืองอ่อน ๘ ตัว สำหรับในทางไทย พระพฤหัสบดีถือกระดานชนวน และทรงกวางเป็นพาหนะ

ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระพุธ


พระพุธ (Budha)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีกันย์ 0º - 15º เป็นมูลตรีโกณ ราศีกันย์ 16º – 20º เป็นเกษตร ราศีกันย์ 21º - 30º และเป็นเกษตร ราศีเมถุน 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีกันย์ 15º
* บรมเกษตร ราศีกันย์ 7º และราศีเมถุน 24º
2. ทิศ : เจ้าการทิศอุดร (Uttara Dikpala)
** พระกุเวรเทพเป็นผู้ดูแลทิศอุดร มีคฑาหรือกระบองศิพิกะเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพตนุ
5. วรรณะ : ไวศยะ (Vaishya Varna) แพทย์ พ่อค้าวานิช
6. ธาตุ : ปฐวีธาตุ (Prithvi Tattva)
7. ฤดู : สารทฤดู (Sarad ritu) ฤดูใบไม้ร่วง ตุลาคม –พฤษศจิกายน
8. สี : สีเขียวใบหญ้าหรือสีเขียวใบไม้
9. อัญมณี : มรกต (Emerald) ทดแทนโดย อความารีน (Aquamarine) เขียวส่อง (Peridot) เพทายสีเขียว (Green Zircon) โมราสีเขียว (Green Agate) หรือ หยก (Jade) ประดับบนแหวนเงินในวันพุธ โดยมรกตต้องมีน้ำหนัก 3 กะรัตขึ้นไป และสวมที่นิ้วก้อยข้างขวา สวมครั้งแรกในตอนเช้าหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว 2 ชั่วโมง วันพุธ ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
11. เทพผู้รักษา : พระวิษณุ หรือพระนารายณ์ (Maha Vishnu or Naraya)
** พระสุรัสวดี (Saraswati)
12. เพศ : ยุนุค บัณเฑาะก์ ทั้งเพศชายและหญิง
13. อวัยวะ : ลิ้น ปาก มือ แขน ปอด หลอดลม น้ำย่อยในกระเพาะ การย่อยอาหาร ลำไส้ ท้องส่วนล่าง กระเพาะปัสสาวะ ผิวหนัง จิตใจ ไหวพริบปฏิภาณ ระบบประสาท
14. โรค :  โรคหืด โรคหลอดลมอักเสบ โรคนอนไม่หลับ ประสาทเสื่อม ความจำสั้น พูดไม่ชัด การพูดผิดปกติ โรคหูหนวก โรคเวียนศีรษะ โรคลมชัก โรคผิวหนัง โรคไร้สมรรถภาพทางเพศ ลำไส้ผิดปกติ การย่อยผิดปกติ โรคกระเพาะ ปวดท้อง ท้องร่วง
15. นิสัย : รชัสสะคุณะ (Rajasa Guna) เจ้าคำพูด เจ้าวาทะศิลป์ ร่าเริง ชอบร่วมเพศด้วยท่าแปลกๆ ปากหวาน เอาใจเก่ง เจ้าปัญญา มีไหวพริบปฏิภาณคล่องแคล่ว ชอบตลกขบขัน วางท่าโต ใจดี ร้องเพลง ปรุงอาหาร เจ้าบทเจ้ากลอน พูดจาฉะฉาน
16. บุคคล : เด็กๆ ลุง น้า บุตร หลาน ญาติฝ่ายพ่อ ลุงน้าฝ่ายแม่ พ่อค้า พวกหากินกับปาก ร้านอาหาร นักแต่งเพลง นักประพันธ์ นักร้อง นักแสดง ทหารอากาศ
17. สถานที่ : สนามหน้าบ้าน สนามกีฬา ที่เล่นกีฬา ร้านอาหาร ห้องอาหาร
18. รูปร่าง : สมส่วน สะโอดสะอง เพรียว โปร่ง อ้อนแอ้น มีลำข้อแข็งแรงและใหญ่โต
19. สิ่งอื่นๆ : รสปร่าหรือหลายรสผสมกัน ต้นไม้ผลออกตามฤดูกาล ผ้าไหมสีดำ ผ้าที่เปียกน้ำ เครื่องนุ่มห่ม แร่ธาตุที่เอามาทำระฆัง สุนทรพจน์ พระสุพรรณบัฏ ลายมือเขียน ตัวอักษร บ้าน การเขียน การพูด การสลัก พระเครื่อง วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ ฉากตั้ง ป้ายโฆษณา อุปศาสตร์และตำราพิชัยสงคราม เอกสาร กระดาษ ธนบัตร
20. ประวัติการกำเนิด
         ครั้งหนึ่ง พระจันทร์เกิดมีใจหลงรักนางทาระ ซึ่งเป็นภรรยาของพระพฤหัสบดีมหาฤๅษี พระจันทร์จึงลักพาตัวนางทาระไปอยู่ด้วยตน หลังจากนั้นไม่นาน นางทาระจึงให้กำเนิดพระพุธ
         เทวลักษณะของพระพุธ เป็นชายหนุ่มมีสี่กร ถือดาบ ๑ โล่ ๑ คฑา ๑ ประทานพร ๑ รถม้าของพระพุธเป็นสีน้ำตาลอ่อนเทียมด้วยม้าขาว ๘ ตัว สัตว์พาหนะคือสิงห์ ตามคติไทย พระพุธทรงช้างเป็นพาหนะ ถือตะขอสับช้างเป็นอาวุธ

ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ

วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระอังคาร


พระอังคาร (Mangal)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีมกร 0º - 28º เป็นมูลตรีโกณ ราศีเมษ 0º – 12º เป็นเกษตร ราศีเมษ 13º - 30º และเป็นเกษตร ราศีพิจิก 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีมกร 28º
* บรมเกษตร ราศีเมษ 11º และราศี พิจิก 14º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 29º – 30º ของราศีมกร มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศทักษิณ (Daksina Dikpala)
** พระยมเทพเป็นผู้ดูแลทิศทักษิณ มีไม้เท้ายมทัณฑ์เป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพกัมมะ
5. วรรณะ : วรรณกษัตริย์ (Kshatriya varna) นักรบ ขุนนาง เจ้าพระยา
6. ธาตุ : อัคนีธาตุ (Agni Tattva)
7. ฤดู : กรีศมะฤดู (Greeshma ritu) ฤดูร้อน มิถุนายน – กรกฎาคม
8. สี : สีแดงเลือด หรือสีชมพู
9. อัญมณี : ปะการังสีแดง (Red Coral) ทดแทนโดย คาร์เนเลี่ยนสีแดง (Red Carnelian) เจสเปอร์สีแดง (Red Jasper) ประดับบนแหวนทองผสมทองแดง โดยปะการังต้องมีน้ำหนัก 6 กะรัตขึ้นไป ซื้อหรือประดับในวันจันทร์ วันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี สวมที่นิ้วนางข้างขวา และต้องสวมครั้งแรกตอนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ในวันอังคาร ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง
11. เทพผู้รักษา : พระขัณฑกุมาร (Subrahmanya)
12. เพศ : กรูระ (Kroora) เพศชาย
13. อวัยวะ : หน้าผาก จมูก คอ ทรวงอก ไขกระดูก เลือด น้ำดี การย่อยอาหาร ลำไส้ ระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และไหวพริบ
14. โรค :  กาฬโรค หลอดลมอักเสบ โรคปอด โลหิตออกจากปอด ไอเป็นเลือด ผอมแห้ง โรคที่มีเชื้อปลิวในอากาศ กระดูกหัก กล้ามเนื้ออักเสบ กล้ามเนื้อฉีก บวมแดง มะเร็งในกล้ามเนื้อ ไข้ตัวร้อน ผื่นผิวหนัง ผิวหนังแผลเปื่อย แผลเป็น บาดเจ็บ ระบบความคิดผิดปกติ ลมบ้าหมู โรคจิตประสาทผิดปกติ บ้า หิวง่าย แผลไหม้พุพอง ถูกไฟไหม้ อุบัติเหตุ โรคตับ
15. นิสัย : ตมัสสะคุณะ (Tamas Guna) รุนแรง ก้าวร้าว โหดเหี้ยม บ้าบิ่นไร้สติ ใจร้อนรน ดื้อรั้น กล้าหาญ ความเด็ดขาด ความใคร่ของเพศชาย รักอิสระ ชำนาญเรื่องเครื่องจักรกล ชอบขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วสูง มีความกระหายจัด มีความอยากในกามคุณ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทะเล่อทะล่า อาฆาต เข้มแข็ง มีเมตตาอารีย์ กล้ากระทำทั้งผิดและถูก
16. บุคคล : ปู่ เพื่อน พี่น้อง น้องชาย ชู้ คู่ครองอื่นนอกจากสามีหรือภริยาตน บ้านใกล้เรือนเคียง นักเลงอันธพาล ทหาร ตำรวจ ทรราชย์
17. สถานที่ : เตาไฟ ห้องครัว กระท่อมมุงด้วยไม้ไผ่
18. รูปร่าง : เอวคอดแต่อกใหญ่ แขนขางามได้สัดส่วน
19. สิ่งอื่นๆ : รสขม ต้นไม้ที่มีรสขม ผ้าสีแดง ผ้าที่เกี่ยวกับการระบำขับร้อง อาวุธ ของแหลม ทองคำ นาฬิกา ผ่าตัด อาสนะพระ อุบัติเหตุกระทันหัน ชัยชนะ เปคัสการิมหรือแตน ยานพาหนะ
20. ประวัติการกำเนิด
         วันหนึ่งขณะที่พระศิวะกำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น พระแม่ปารวตีทรงย่องมาทางด้านหลังขององค์พระศิวะ และปิดตาทั้ง ๓ ของพระศิวะไว้ พลันโลกนี้ก็มืดมิดลงทันใด ขณะนั้นเองก็ได้บังเกิดมีเด็กชายขึ้นมาหนึ่งคน พระศิวะเจ้าจึงตั้งชื่อว่า อันทะกะ แปลว่า มืดบอด หรือมืดมิด
         ในขณะเดียวกันอีกสถานที่หนึ่ง หิรัญยักษะกำลังกระทำทุขกิริยาชำระบาปอย่างเคร่งครัด บูชาต่อองค์พระศิวะเพื่อจะขอพรต่อพระองค์ เมื่อพระศิวะรับรู้ถึงความตั้งใจนั้นแล้วพระองค์ก็ได้มาปรากฎพระวรกายเบื้องหน้าหิรัญยักษะและถามถึงสิ่งที่หิรัญยักษะต้องการ หิรัญยักษะจึงแจ้งว่าตนประสงค์จะมีบุตรชายที่มีกำลังและอิทธิฤทธิ์สามารถจะครอบครองทั้ง ๓ โลกได้ พระศิวะเจ้าทรงไม่ประทานพรข้อนี้ให้แต่ทรงเสนอว่า จะทรงยกเด็กคนหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติเพรียบพร้อมทุกอย่างดังที่หิรัญยักษะต้องการให้เป็นลูกชายของหิรัญยักษะ หิรัญยักษะมีความปิติยินดีจึงได้รับเด็กน้อยอันทะกะมาเลี้ยงเป็นบุตรของตน
         ต่อมาอันทะกะน้อยเติบโตเป็นมารหนุ่ม ชื่อว่า อันทะกะอสุรา จึงกระทำทุขกิริยาชำระบาปบูชาต่อองค์พระพรหมเทพ พระพรหมเทพก็เสด็จลงมาจากวิมาน มาปรากฎพระวรกายเบื้องหน้าอันทะกะอสุราแล้วจึงทรงถามถึงความปรารถนาของอันทะกะ อันทะกะทูลขอให้ตนเองนั้นจะไม่ถูกฆ่าโดยอสูร ไม่ถูกฆ่าโดยมนุษย์ และไม่ถูกฆ่าโดยเทพเจ้าใดๆ โดยเฉพาะพระนารายณ์ พระพรหมเห็นสมควร แต่ก็ทรงกล่าวว่าพรทุกข้อต้องมีข้อยกเว้น อันทะกะจึงขอว่า ยกเว้นว่าตนจะไปหลงรักหญิงซึ่งตนไม่ควรจะหลงรัก เช่น มารดาของตน พระพรหมเทพก็ทรงให้พรสัมฤทธิ์ดังอันทะกะปรารถนาทุกประการ
         เวลาผ่านมาเนิ่นนาน หลังจากหิรัญยักษะถูกฆ่าโดยร่างวราหะอวตารของพระนารายณ์แล้ว อันทะกะอสุราก็กลายเป็นกษัตริย์แห่งอสูร อันทะกะอสุราไปเที่ยวเขาหิมาลัย ได้เห็นโยคีที่บำเพ็ญเพียรอยู่ แล้วพลันสายตาก็ไปจับจ้องที่พระแม่ปารวตีพระชายาของพระศิวะ อันทะกะอสุราหลงรักพระแม่ปารวตีในทันที อันทะกะรีบกลับมายังเมืองมาร กรีธาทัพทั้งหมดเพื่อจะไปต่อสู้กับพระศิวะ ชิงพระนางปารวตีมาเป็นภริยาตน โดยมิรู้ว่าพระนางปารวตีคือมารดาผู้ให้กำเนิดตน
         การต่อสู้ดำเนินไปชั่วขณะ พระศิวะได้โอกาสรุกรบ ก็ทรงใช้ตรีศูล แทงที่ด้านหลังของอันทะกะทะลุหน้าอก แล้วก็ทรงยกร่างของอันทะกะขึ้นเหนือพระเศียร เหงื่อของพระศิวะไหลออกจากหน้าผากหยดลงบนพื้นกลายเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง พระศิวะทรงให้ชื่อว่า จรรจิกา และเหงื่อของพระศิวะไหลออกจากใบหน้าแล้วหยดลงพื้นกลายเป็นเด็กผู้ชาย พระศิวะทรงให้ชื่อว่า มังคะละ หรือ พระอังคาร
         เทวาลักษณะของพระอังคาร คือหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือหอกหรือตรีศูล ๑ คฑา ๑ ประทานพระ ๑ หงายมือประทานพร ๑ รถม้าของพระอังคารเป็นสีทอง เทียมด้วยม้าสีแดงเลือด ๗ ตัว สัตว์พาหนะคือแกะ พระอังคารของไทย มีสี่กร ถือตรี ๑ หอก ๑ ศร ๑ ประทานพร ๑ สัตว์พาหนะคือกาสร

ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ

วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระจันทร์



พระจันทร์ (Chandra or Chadrama or Soma)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีพฤษภ 0º - 3º เป็นมูลตรีโกณ ราศีพฤษภ 4º – 30º เป็นเกษตร ราศีกรกฎ 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีพฤษภ 3º
* บรมเกษตร ราศีกรกฎ 9º
2. ทิศ : เจ้าการทิศพายัพ (Vayavya Dikpala)
** พระวายุเทพเป็นผู้ดูแลทิศพายัพ มีธนูวายุอัสตราเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
* ขึ้น 11 ค่ำ – แรม 5 ค่ำ อยู่ในดิถีเพ็ญ มีกำลังมากที่สุด
* แรม 6 ค่ำ – แรม 15 ค่ำ อยู่ในดิถีดับ มีกำลังน้อยที่สุด
* ขึ้น 1 ค่ำ – ขึ้น 10 ค่ำ อยู่ในดิถีเพ็ญ มีกำลังปานกลาง
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพพันธุ
5. วรรณะ : ไวศยะ (Vaishya Varna) แพทย์ พ่อค้าวานิช
6. ธาตุ : ชลธาตุ (Jala Tattva)
7. ฤดู : วรรศาฤดู (Varsa ritu) ฤดูมรสุม สิงหาคม - กันยายน
8. สี : น้ำตาลอ่อน
9. อัญมณี : มุก (Pearl) ทดแทนโดย มูนสโตน (Moon-stone) หรือ ไวท์แซฟไฟร์ (white Sapphire) โดยมุกต้องมีน้ำหนัก 2 4 6 หรือ 11 กะรัต ประดับบนแหวนเงินในวันจันทร์ สวมที่นิ้วนางข้างขวา และต้องสวมครั้งแรกในเช้าวันจันทร์ หรือพฤหัสบดีดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ย ร ล ว ศ ษ ส ห ฮ ฬ
11. เทพผู้รักษา : พระพิรุณ (Varuna) ** พระแม่ปาราวตี (Parvati)
12. เพศ : เสามะยะ (Saumya) เพศหญิง
13. อวัยวะ : ใบหน้า น้ำลาย น้ำทุกอย่างในร่างกาย ต่อมไร้ท่อ ต่อมฮอโมน ต่อมทอลซิล ต่อมน้ำเหลือง ถันของหญิงสาว หน้าอก ปอด ท้อง มดลูก รังไข่ ระบบประจำเดือน ตาขวาของหญิง ตาซ้ายของชาย
14. โรค :  ความแข็งแรงและความสมบูรณ์ของร่างกาย น้ำในร่างกาย โรคเลือดและน้ำเหลือง โรคโลหิตจาง ปัญหานอนไม่หลับ ความเฉื่อยชา โรคจิต หลอดลมอักเสบ โรคปอด วัณโรค โรคช่องปาก ระบบการย่อยผิดปกติ โรคประสาท โรคชักและลมบ้าหมู โรคม้าม โรคกระเพาะปัสสาวะ โรคที่เกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ ประจำเดือนมาไม่ปกติ
15. นิสัย : สัตวะคุณะ (Sattva Guna) ใช้ดูหญิง และใช้ดูจิตใจ ใจดี ใจเย็น ความสะอาดสะอ้าน ความสง่างามของหญิง ความสวยงาม ความผาสุก ความยินดี พูดมาก แสนงอน
16. บุคคล : มารดา ภรรยา เจ้านายหญิง สตรีเพศ อายุในวัยเด็ก หญิงเบญจกัลยาณี บุราณทุติยิกา-ภรรยาที่มีก่อนบวชพระ นางพระยา ทหารเรือ
17. สถานที่ : ห้องน้ำ สระน้ำ ที่ๆมีน้ำขัง ลำน้ำ น้ำจืด แม่น้ำ ที่นอนชั้นดี กองทัพเรือ
18. รูปร่าง : รูปร่างสูงโปร่งระหง แบบบางสะโอดสะอง มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ขาและแขนแข็งแรงและสวยงามน่ารัก สวยงาม งามพร้อม ตาเป็นประกาย เสียงและวาจาอ่อนหวานไพเราะ งามผุดผ่อง
19. สิ่งอื่นๆ : รสเค็ม ต้นไม้ที่มีน้ำยาง ต้นยางพารา ผ้าไหมสีขาว ผ้าเนื้อบาง ดอกไม้ อาหารชั้นดี ขนม บุพเพสันนิวาส ผังเมือง พฤกษชาติ แม่พิมพ์ ปลาน้ำจืด เพชรที่เจียระไนแล้ว มณีรัตน์ เสื้อผ้าหญิง น้ำหอม กำไลข้อมือ พาหุรัดหรือที่รัดต้นแขน กระดิ่ง การเจริญเติบโตของพืช น้ำฝน สายสิญจ์
20. ประวัติการกำเนิด
         ประวัติการกำเนิดของพระจันทร์นั้นมีเรื่องราวที่แตกต่างกันดังนี้
         ในคัมภีร์สกันทะปุราณะ กล่าวว่าพระจันทร์ผุดขึ้นจากเกษียรสมุทรตอนกระทำพิธีกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นเพียงปุราณะเดียวที่อธิบายกำเนิดของพระจันทร์เช่นนี้ ส่วนในปุราณะอื่นได้อธิบายเรื่องราวการกำเนิดของพระจันทร์ไว้ดังนี้
         ในสมัยหนึ่ง มีพรามหณีผู้หนึ่งชื่อ เกาสิกี บิดาของนางได้ยกนางให้แต่งงานกับพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า เกาสิกะ แต่เกาสิกะปฏิเสธที่จะแต่งงานกับนางด้วยเพราะเกาสิกะชอบเที่ยวหอนางคณิกาโสเภณีและรักชีวิตอิสระปราศจากคู่ครอง แต่เกาสิกีก็ยืนยันที่จะแต่งงานอยู่รับใช้เกาสิกะ เกาสิกะจึงยอมแต่งงานกับนาง เมื่อแต่งงานแล้วด้วยความรักของเกาสิกี นางก็ดูแลและเทิดทูนสามีราวกับเป็นเทพองค์หนึ่ง แต่เกาสิกะก็ไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ ซ้ำร้ายยังระบายอารมณ์โกรธใส่และเยาะเย้ยถากถางนางเกาสิกีบ่อยครั้ง แต่ด้วยความรักและความบริสุทธิ์ใจของนางเกาสิกี นางก็ยังคงภักดีต่อสามีของนางไม่เสื่อมคลาย และแม้ว่าเกาสิกะจะแต่งงานกับนางแล้ว เกาสิกะก็ยังชอบไปเที่ยวหอนางคณิกาและโสเภณีบ่อยครั้งแม้นว่าตนเองจะเป็นพราหมณ์ที่ควรจะถือศีลและมีภรรยาอยู่แล้วก็ตาม
         ด้วยความร้ายกาจของเกาสิกะนี้เอง เทพเจ้าจึงบันดาลโรคเรื้อนให้ผุดขึ้นตามร่างกายของเกาสิกะทั่วไปหมด เกาสิกะหลังจากเป็นโรคเรื้อน หอนางคณิกาโสเภณีก็ไม่รับเกาสิกะเข้าไปเที่ยวอีกต่อไป และไล่เกาสิกะให้กลับบ้านไปอยู่กับภรรยา เกาสิกะเป็นโรคเรื้อนจนร่างกายอ่อนแอ แม้กระนั้นเองเกาสิกะก็ยังไม่หยุดความร้ายกาจของตน กลับสั่งนางเกาสิกีผู้เป็นภรรยา ให้พาตนไปเที่ยวหอนางคณิกาโสเภณี โดยจะขี่คอนางเกาสิกีไป ด้วยความรักของนางเกาสิกีนางก็ยอมทำตามคำสั่งของสามี นางเก็บเงินที่มีในบ้าน พาสามีขึ้นขี่คอ เดินทางไปในตอนกลางคืน
         ระหว่างทางต้องผ่านป่าทึบ ที่ซึ่งมีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อมานทวายะ ถูกจับผูกกับต้นไม้ห้อยประจานความผิดไว้ ในความมืดนั้นเองนางเกาสิกีมองเห็นอะไรได้ไม่ชัดนัก จึงทำให้เกาสิกะที่ขี่บ่าอยู่นั้น ไปชนกับตัวของมานทวายะ และมานทวายะก็ได้สาปว่า ผู้ที่มาแตะต้องตัวของตน ขอให้จบชีวิตในเช้าวันรุ่งขึ้นนั้นเอง นางเกาสิกีได้ยินดังนั้นก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ นางกลัวสามีจะต้องจบชีวิตลง และโกรธมานทวายะที่บังอาจสาปสามีตน นางจึงใช้ความดีที่นางสะสมมาทั้งหมด อธิษฐานต่อไปว่า ขอพระอาทิตย์จงอย่าขึ้นมาอีกเลย ด้วยเหตุนี้ ในเช้าวันนั้นพระอาทิตย์ก็มิขึ้นมาเหมือนเคย ทำให้โลกสวรรค์และโลกมนุษย์ปั่นป่วนเป็นอันมาก ด้วยต้องตกอยู่ในความมืดมิด เทพต่าง ๆ ก็มีความกังวลว่า หากโลกทั้งหมดนั้นต้องตกอยู่ในความมืด จักรวาลอาจจะถูกทำลาย ต่อไปนี้จะไม่รู้วันและเวลา เทพทั้งหลายจึงชักชวนกันไปหาพระพรหม พระพรหมทรงตรัสชี้แนะว่าให้ไปขอความช่วยเหลือจากนางอนสุยา
         นางอนสุยาเป็นภริยาของมหาฤๅษีอตริ มหาฤๅษีอตริเป็นหนึ่งในมหาฤๅษีทั้ง ๗ ที่พระพรหมสร้างขึ้นมาเพื่อชำระคัมภีร์พระเวทย์ เมื่อเหล่าเทพมาเยือนนางถึงกระท่อมและขอให้นางช่วยเหลือ นางจึงเดินทางไปหานางเกาสิกี เมื่อนางมาถึงที่กระท่อมของนางเกาสิกีแล้วจึงแจ้งความจำนง ขอให้นางเกาสิกียกเลิกคำอธิษฐานและปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้นมาเหมือนเดิม นางเกาสิกีไม่ยอม เพราะหากนางปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้น สามีของนางก็จะต้องตาย นางอนสุยาจึงสัญญาว่า หากพระอาทิตย์ขึ้นแล้วนางจะชุบชีวิตสามีของนางให้ฟื้นคืนดังเดิม ด้วยเหตุนี้นางเกาสิกีจึงยอมยกเลิกคำอธิษฐานนั้นและปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้นมาดังเดิม
         เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้า พราหมณ์เกาสิกะก็ถึงแก่ความตาย นางอนสุยาจึงชุบชีวิตเกาสิกะให้ฟื้นคืนดังเดิมพร้อมทั้งรักษาโรคเรื้อนให้หายกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามดังเดิม เกาสิกะจึงประจักษ์แจ้งในความรักของนางเกาสิกีและสัญญาจะดูแลนางในฐานะสามีที่ดีตลอดไป
         เทพทั้งหลายเมื่อรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ จึงพากันสรรเสริญนางอนสุยา พระพรหมบิดาจึงถามถึงความปรารถนาของนาง นางอนสุยาจึงขอพรจากพระพรหมเทพบิดาว่า อยากจะให้พระพรหมเทพ พระนายรายณ์ และพระศิวะ มาประสูติในครรภ์เป็นลูกของตน พระนารายณ์จึงแบ่งภาคมาจุติในครรภ์ของนางเป็น ทัตตะเตรยะ หรือพระตรีมูลติ พระพรหมแบ่งภาคมาจุติเป็นพระจันทร์ และพระศิวะแบ่งภาคมาจุติเป็น มหาฤๅษีทุรวาสะ
         เทวลักษณะของพระจันทร์เป็นหนุ่มรูปงามมีสี่กร ถือหม้อน้ำ ๑ ดอกบัว ๑ คฑา ๑ ประทานพร ๑ รถม้าของพระจันทร์มีม้าเทียม 10 ตัว สัตว์พาหนะของพระจันทร์คือกวาง ส่วนในทางไทยพระจันทร์จะถือพระขรรค์ และสัตว์พาหนะของพระจันทร์คือม้า

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระอาทิตย์


พระอาทิตย์ (Surya or Aditiya)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีเมษ 0º - 10º เป็นมูลตรีโกณ ราศีสิงห์ 0º – 20º เป็นเกษตร ราศีสิงห์ 21º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีเมษ 10º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 11º – 30º ของราศีเมษ มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
* บรมเกษตร ราศีสิงห์ 7º
2. ทิศ : เจ้าการทิศบูรพา (Purva Dikpala)
** พระอินทราเทพเป็นผู้ดูแลทิศบูรพา มีวชิระ คือสายฟ้า เป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลาเที่ยงวัน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพกัมมะ
5. วรรณะ : วรรณกษัตริย์ (Kshatriya varna) นักรบ ขุนนาง เจ้าพระยา
6. ธาตุ : อัคนีธาตุ (Agni Tattva)
7. ฤดู : กรีศมะฤดู (Greeshma ritu) ฤดูร้อน มิถุนายน – กรกฎาคม
8. สี : สีแดง หรือ สีเลือด
9. อัญมณี : ทับทิม (Ruby) ทดแทนโดย พลอยแดง (Red spinel) สตาร์รูบี้ (Star Ruby) โกเมนสีแดง (Pyrope Garnet) เพทายสีแดง (Red Zircon) หรือ ทัวร์มาลีนสีแดง (Red Tourmaline) ประดับบนแหวนทองคำผสมทองแดง โดยทับทิมนั้นต้องมีน้ำหนักมากกว่า 2.5 กะรัตขึ้นไป ซื้อหรือบรรจุใส่แหวนในวันอาทิตย์ จันทร์ หรือพฤหัสบดี สวมนิ้วนางข้างขวา และสวมครั้งแรกควรเป็นตอนเช้าตรู่ ในวันอาทิตย์ ดีถีเพ็ญ
**ห้ามใส่กับอัญมณีที่เป็นตัวแทนของดาวคู่ศัตรูโดยเด็ดขาด
**การดูแลรักษาอัญมณีทั่วไป ให้แช่ไว้ในน้ำนมที่ยังไม่ผ่านการต้ม (Unboiled Milk) หรือน้ำจากแม่น้ำคงคา (Ganges Water)
10. ตัวอักษร : สระทั้งหมด อะ อา อิ อี อุ อู อึ อือ เอ แอ ไอ ใอ เอา ฤ ฦ
11. เทพผู้รักษา : พระอัคนีเทพแห่งไฟ (Agni) ** พระศิวะ (Shiva)
12. เพศ : กรูระ (Kroora) เพศชาย
13. อวัยวะ : ศีรษะ กระดูก เลือด สมอง น้ำดี และระบบการย่อยอาหาร ตาขวาของชาย ตาซ้ายของหญิง
14. โรค :  ระบบสายตา ปวดศีรษะ ไมเกรน ระบบเลือด ความดันเลือด ไข้ตัวร้อน โรคหัวใจ โรคฟัน มะเร็งในกระดูก กระดูกหัก หัวล้าน ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
15. นิสัย : สัตวะคุณะ (Sattva Guna) อำนาจ ความดีงาม เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี รุ่มร้อน ผู้นำ เชาว์ปัญญา อารมณ์ร้อน บารมี สง่างาม การเอาชนะ กล้าได้กล้าเสีย ใจร้อนใจเร็ว ความก้าวหน้า
16. บุคคล : บิดา สามี ญาติมิตรถ้าเจ้าชะตาเกิดกลางคืน พระราชา เจ้านาย นายกรัฐมนตรี องคมนตรี
17. สถานที่ : สถานที่ตั้งพระบูชาในบ้าน ห้องพระ สถานที่ราชการ พระราชวัง เทวาลัย โบสถ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่สำคัญของประเทศ
18. รูปร่าง : อกผายไหล่ผึ่งมีสง่าน่าเกรงขาม สมส่วน นัยน์ตาแจ่มใส เส้นขนสั้นและละเอียดดกดำ
19. สิ่งอื่นๆ : รสเผ็ด ต้นไม้สูงใหญ่และเป็นไม้เนื้อแข็ง ผ้าไหมสีแดง ผ้าเนื้อหนา แสงสว่าง หลอดไฟ เตาไฟ เครื่องนุ่งห่มสวยงามและมีราคาแพง แร่ทองแดง แร่ทองคำ เรือบิน รังสี ไฟฟ้า พลังงาน ท้องฟ้า
20. ประวัติการกำเนิด
ย้อนไปตอนกำเนิดโลก พระพรหมได้สร้างโลกขึ้นมา พร้อมกับคณะเทพคณะหนึ่ง ประกอบด้วย พระอัคนีเทพแห่งไฟ พระวายุเทพแห่งลม พระวรุณเทพแห่งสายฝน พระอินทรา พระสุริยะเทพแห่งอรุณ พระวิษณุกรรมเทพแห่งการช่าง พระภูษาเทพแห่งการประชุม พระมิตรเทพแห่งท้องทะเล ดังนั้น พระสุริยะ คือคณะเทพชุดแรกที่เกิดจากการสร้างของพระพรหม
เหตุกำเนิดชื่อ “อาทิตย์” ในการสร้างโลกครั้งนั้นเอง พระพรหมได้ทำการสร้างมนุษย์ เทพ และมารขึ้นมา แบ่งจักรวาลออกเป็นหลายภูมิหลายโลก ในตอนแรกมีเพียงสวรรค์โลก และบาดาลเท่านั้น เพื่อให้เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าและมาร และได้ทำการสร้างมหาฤๅษีขึ้นมา ๗ ตน เพื่อทำการชำระพระเวทย์ หนึ่งในนั้นคือ มหาฤๅษีกัสยปะประชาบดี อันมหาฤๅษีกัสยปะนี้มีภรรยาถึง ๑๓ คน ในบรรดาภรรยาทั้ง ๑๓ คนนี้ มีอยู่ ๒ คนที่สำคัญ คือพระนางอทิติ และพระนางทิติ พระนางทิตินั้น ได้ให้กำเนิดมาร ๒ ตน คือ หิรัญยักษิปุ และหิรัญยักษะ ส่วนพระนางอทิติและพระนางคนอื่นได้ให้กำเนิดเทพบนสวรรค์ เวลาผ่านมาจนมารมีกำลังมากขึ้นและจำนวนมากขึ้นเหล่ามารจึงกรีธาทัพขึ้นมายึดสวรรค์โลก การรบดำเนินไปจนสุดท้ายแล้วฝ่ายมารเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ ครั้งนั้นเองพระนางอทิติมองไปยังพระสุริยะซึ่งรถม้าของพระองค์กำลังโคจรผ่านท้องฟ้า นางอทิติได้ขอความเมตตาจากพระสุริยะ อันเชิญพระสุริยะมาเกิดในครรภ์ของพระนาง เพื่อจะได้กำเนิดออกมาเป็นบุตรของนาง มีสิทธิจะไปทวงสวรรค์โลกของบรรดาพี่ ๆในฐานะน้องชาย คืนจากพวกมาร
พระสุริยะเห็นชอบด้วย จึงเสด็จลงมาประสูติในครรภ์ของพระนางอทิติ พระสุริยะจึงได้ชื่อว่า พระอาทิติยา หรือ พระอาทิตย์นับแต่นั้นเป็นต้นมา
พระอาทิตย์นั้นมีเทวลักษณ์เป็นชายหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือจักร์ ๑ สังข์ ๑ ดอกบัว ๑ อีกถือหนึ่งประทานพร ด้วยความเชื่อว่า พระสุริยะเทพคือร่างอีกร่างหนึ่งของพระนารายณ์ แต่ในบางรูปลักษณ์มีเพียงสองกรเท่านั้น และถือดอกบัวทั้ง ๒ กร นั่งอยู่บนรถม้าทองคำกว้างยาวเก้าพันโยชน์ เทียมด้วยม้า ๗ ตัว สัตว์พาหนะของพระสุริยะ คือ ม้า ซึ่งแตกต่างจากทางไทยที่สัตว์พาหนะของพระอาทิตย์คือ สิงห์