วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
โหราศาสตร์ภารตะ - พระเกตุ
๙. พระเกตุ (Ketu)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีพิจิก 0º - 30º หรือราศีธนู 0º - 6º มูลตรีโกณ ราศีสิงห์ 0º - 16º เกษตร ราศีเมถุน 0º - 30º
** อุจจ์ ราศีพิจิก เกษตร ราศีมีน : คัมภีร์ปาระสาระโหรา
2. ทิศ : เจ้าการทิศพายัพ (Vayavya Dikpala)
** พระวายุเทพเป็นผู้ดูแลทิศพายัพ มีธนูวายุอัสตราเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
4. ภพ : -
5. วรรณะ : -
6. ธาตุ : ปฐวีธาตุ (Prithvi Tattva)
7. ฤดู : -
8. สี : สีเทาดำ สีหมอก
9. อัญมณี : พลอยตาแมว (Cat’s Eye) ทดแทนโดย เทอร์คอยซ์ (Turquoise) ประดับกับแหวนที่ทำด้วยอัสตะธาตุ (อัสตะธาตุ คือโลหะที่เกิดจากการผสมด้วยแร่ ๘ ชนิดคือ ทองคำ เงิน ทองแดง สังกะสี ตะกั่ว ดีบุก เหล็ก และปรอท) ถ้าหาแหวนจากแร่อัสตะธาตุไม่ได้ อนุโลมให้เป็นแหวนเหล็กหรือแหวนเงินได้ โดยพลอยนั้นจะมีน้ำหนักเท่าใดก็ได้ สวมที่นิ้วก้อย ต้องสวมครั้งแรกในเวลาเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : -
11. เทพผู้รักษา : พระคเณศ (Ganesha)
*พระไภรวะ หรือพระพิราพ (Bhairava)
12. เพศ : บัณเฑาะว์ ทั้งเพศชายและหญิง
13. อวัยวะ : -
14. โรค : โรคความดันเลือดต่ำ หูหนวก บาดเจ็บ อักเสบ โรคผิวหนัง ไข้ตัวร้อน ลำไส้ผิดปกติ ระบบการพูดผิดปกติ โรคระบบประสาท ร่างกายซูบผอม โรคขาดสารอาหาร เส้นปูดโปน เส้นเลือดขอด
15. นิสัย : ตมัสสะคุณะ (Tamas Guna) อดทน ฉลาดเรื่องหากิน เอาการเอางานดี ออกแบบเก่ง ทำอาหารเก่ง ไม่ชอบสนใจเรื่องของคนอื่น ชอบคิดมากหรือทุกข์ในเรื่องไม่เป็นเรื่อง เรียนเก่ง นับถือพวกผีและเจ้า ไม่ชอบหลอกลวงใคร ซื่อสัตย์ ทำงานด้วยฝีมือ รักสัตว์ สันโดษ มีพรสวรรค์ เชื่อเรื่องโชคลาง
16. บุคคล : ญาติฝ่ายแม่ นักปรัชญา
17. สถานที่ : ห้องที่มืดหรือมีแสงสลัว
18. รูปร่าง : -
19. สิ่งอื่นๆ : ผ้าหลายสี วิทยาศาสตร์ มนต์ดำ ไสยเวทย์ วิญญาณ
20. ประวัติการกำเนิด
ในกาลครั้งหนึ่ง มหาฤๅษีทุรวาสะเดินทางขึ้นไปสวรรค์โลกเพื่อจะไปหาอินทราเทพหรือพระอินทร์ซึ่งในขณะนั้นอินทราเทพกำลังจะเดินทางไปท่องเที่ยวในที่อื่น มหาฤๅษีทุรวาสะจึงมอบพวงมาลัยปาริชาติให้กับอินทราเทพ อินทราเทพเมื่อรับพวงมาลัยไปแล้วก็เอาไปวางไว้บนเศียรของพระยาช้างเอรวัณ เป็นการเทิดทูนพวงมาลัยของมหาฤๅษี แต่พวงมาลัยนั้นกลับไหลลื่นตกจากเศียรของพระยาช้าง แล้วโดนเท้าพระยาช้างเหยียบย่ำจนแหลกเละ ในเวลานั้นมหาฤๅษีทุรวาสะหันกลับมามองอินทราเทพ พลันเห็นพวงมาลัยตนถูกเท้าช้างเหยียบย่ำเช่นนั้น จึงกล่าวสาปอินทราเทพว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านมี อันทำให้ท่านยิ่งใหญ่จนเกิดความจองหอง ขอสาปให้ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นจงหายไปเสียให้หมด” ทันใดนั้นทรัพย์สินทุกอย่างบนสรวงสวรรค์ก็หายไป กำลังของเทวาทั้งมวลในสวรรค์โลกก็หายไปหมด เป็นเหตุให้อสูรขึ้นมาชิงสวรรค์โลกไปจากเหล่าเทวาได้
เหล่าเทวามีความกังวลเป็นอันมาก จึงไปปรึกษาพระพรหมเทพบิดา พระพรหมเทพบิดาประชุมกับพระนารายณ์และพระศิวะ พระศิวะเจ้าทรงแนะนำให้กวนเกษียรสมุทรทำน้ำอมฤตให้เหล่าเทวาดื่มเพื่อคืนกำลัง พระนารายณ์จึงทรงแนะนำให้นำเขาพระสุเมรุทำเป็นแท่งกวน นำพระยานาควาสุกรีมาแทนเชือกปั่น แล้วตนเองจะอวตารเป็นเต่ารองฐานเขาพระสุเมรุ พระศิวะเจ้าจึงทรงเรียกเหล่าอสุราและเทวามารวมกัน ตรัสดำริสั่งให้กวนเกษียรสมุทร โดยให้อสูรจับที่หัวนาค และเทวาจับที่หางนาค ยื้ดยุดกันให้เขาพระสุเมรุหมุน
ขณะที่กวนเกษียรสมุทรอยู่นั้น ของวิเศษต่างๆก็บังเกิดผุดออกมาจากเกษียรสมุทรนั้น เช่น พระแม่ลักษมี ช้างเอรวัณ ต้นปาริชาติ โคสุรภี ม้าอุจจัยสราวะ และสุดท้ายก็คือ โถน้ำอมฤต เมื่อโถน้ำอมฤตผุดขึ้นมา เหล่าอสูรก็พากันเข้าไปยื้อแย่งเพื่อจะดื่มน้ำอมฤต พระนารายณ์ทอดพระเนตรเห็นดังนั้นจึงทรงแปลงร่างเป็นสตรีรูปโฉมสวยสคราญนางหนึ่งชื่อพระนางโมหิณี ทรงล่อลวงอสูรให้สนใจนาง อสูรพากันสนใจพระนางโมหิณีจนถึงกับทิ้งโถน้ำอมฤตไว้ เป็นจังหวะให้เหล่าเทวานำน้ำอมฤตมาดื่ม แต่ในเหล่าเทวานี้มีอสูรตนหนึ่งไม่ได้หลงใหลกับกับรูปโฉมของพระนางโมหิณี แปลงร่างกลายเป็นเทวาเข้ามาปะปนนั่งอยู่กับเทวาอื่นๆด้วย อสูรตนนั้นคือ พระราหู เมื่อพระราหูได้ดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้วก็ได้กลายเป็นอมตะ พระสุริยาและพระจันทร์จำได้ว่าเป็นพระราหูปลอมแปลงกายมา จึงร้องแจ้งแก่พระนารายณ์ พระราหูเห็นดังนั้นจึงคิดจะบินหนี พระนารายณ์จึงขว้างสุทาสะนะจักร์ตัดเศียรพระราหูขาด แต่เมื่อพระราหูดื่มน้ำอมฤตเข้าไปแล้วจึงไม่ตายแม้ว่าจะเหลือแต่เศียร กายของพระราหูที่ขาดออกจากเศียรยังมีชีวิตอยู่ได้โดยกลายเป็นพระเกตุ
และด้วยเหตุที่พระราหูมีความแค้นต่อพระสุริยาและพระจันทร์เพราะร้องแจ้งแก่พระนารายณ์ จึงคอยหาโอกาสจับพระสุริยาและพระจันทร์กินอยู่เสมอ แต่ไม่สามารถกลืนได้เพราะมีแต่เศียร ไม่มีร่างกายเสียแล้ว
เทวลักษณ์ของพระเกตุ จะเป็นยักษ์มีสองกร ถือคฑา ๑ ประทานพร ๑ มีนกอินทรีย์ดำเป็นพาหนะ รถม้าของพระเกตุมีสีแดงเทียมด้วยม้า ๘ ตัว ในทางไทย พระเกตุถือพระขรรค์ ทรงพญานาคเป็นพาหนะ
ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558
โหราศาสตร์ภารตะ - พระราหู
๘. พระราหู (Rahu)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศึพพิจิก 0º - 30º มูลตรีโกณ ราศีกรกฎ 0º - 30º หรือราศีกุมภ์ 0º - 6º
* หลังจากองศามูลตรีโกณ เป็นเกษตรในราศีกุมภ์
* อุจจ์ ราศีพฤษภ เกษตร ราศีกันย์ : คัมภีร์ปาระสาระโหรา
2. ทิศ : เจ้าการทิศหรดี (Nirrti Dikpala)
** พระแม่นิรตีเป็นผู้ดูแลทิศหรดี มีพระขรรค์เป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
4. ภพ : -
5. วรรณะ : ศูทร (Shudra Varna)
6. ธาตุ : วาโยธาตุ (Vayu Tattva)
7. ฤดู : ศิศิระฤดู (Sisira ritu) ฤดูต้นใบไม้ผลิ กุมภาพันธ์ – มีนาคม
8. สี : สีดำ เทาดำ สีหมอก
9. อัญมณี : โกเมนสีส้ม (Gometha) ทดแทนโดย พลอยสีส้ม (Hessonite Garnet) ประดับกับแหวนที่ทำด้วยอัสตะธาตุ (อัสตะธาตุ คือโลหะที่เกิดจากการผสมด้วยแร่ ๘ ชนิดคือ ทองคำ เงิน ทองแดง สังกะสี ตะกั่ว ดีบุก เหล็ก และปรอท) ถ้าหาแหวนจากแร่อัสตะธาตุไม่ได้ อนุโลมให้เป็นแหวนเหล็กหรือแหวนเงินได้ โดยโกเมนนั้นต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 6 กะรัต สวมที่นิ้วกลางหรือนิ้วก้อย ต้องสวมครั้งแรกก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในเย็นวันพุธ (before Sunset on a Wednesday evening) ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : -
11. เทพผู้รักษา : เษษะนาคา (Adhishesha Naka) บัลลังค์นาคของพระนารายณ์
*พระแม่ทุรคา (Durga)
12. เพศ : เสามะยะ (Saumya) เพศหญิง
13. อวัยวะ : -
14. โรค : โรคลำไส้ หนอง ผิวหนัง แผลเปื่อย ม้าม พยาธิ โรคเฉื่อยชา กามโรค ความผิดปกติในพฤติกรรมทางเพศ ติดเหล้า ติดสารเสพติด ติดการพนัน
15. นิสัย : ตมัสสะคุณะ (Tamas Guna) นักเลง ในกว้าง กล้าได้กล้าเสีย เหลี่ยมจัด เดินทางไร้ร่องรอย อยู่ไม่เป็นที่ ชอบการพนัน ชอบเที่ยว ชอบดื่มของมึนเมา ชอบเที่ยวผู้หญิง ทุ่มไม่อั้น ใจถึง ไม่ค่อยซื่อสัตย์
16. บุคคล : ญาติฝ่ายพ่อ นักเลง มาเฟีย นักพนัน คนต่างด้าว
17. สถานที่ : บันได โรงเหล้า โรงเบียร์ บ่อน ซ่อง สถานที่มั่วโลกีย์ ห้องที่มืดหรือมีแสงสลัว
18. รูปร่าง : อ้วนใหญ่
19. สิ่งอื่นๆ : ผ้าหลายสี ทรัพยากร เชื้อเพลิง ของผิดกฎหมาย
20. ประวัติการกำเนิด
พระราหูเป็นบุตรของพระวิประจิตติและพระนางสิงหิกะ พระวิประจิตติเป็นบุตรของมหาฤๅษีกัสยปะและพระนางธานุ ตามตำนานในปุราณะ พระราหูจะโดนสุทธาศนจักร์ตัดศีรษะขาดแต่ไม่ตาย พระราหูจึงเหลือเพียงศีรษะเท่านั้น
เทวลักษณ์ของพระราหู คือมารมีสี่กร หอก ๑ ดาบ ๑ โล่ห์ ๑ ประทานพร ๑ มีสิงห์ดำเป็นพาหนะ หรือในเทวลักษณ์ในลักษณะครึ่งตัวบนเป็นยักษ์ ครึ่งตัวล่างเป็นงู มีสี่กร ถือคฑา ๑ ธงชัย ๑ ดาบ ๑ โล่ห์ ๑ รถม้าของพระราหูมีสีเทาเทียมด้วยม้า ๘ ตัว ในทางโหราศาสตร์ไทย พระราหูจะมีครึ่งตัวบนเป็นยักษ์ ครึ่งตัวล่างเป็นงู มีสองกร ถือกระบองเหล็กเป็นอาวุธ
ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ
วันเสาร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2558
โหราศาสตร์ภารตะ - พระเสาร์
พระเสาร์ (Shani or Sani)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีตุลย์ 0º - 20º เป็นมูลตรีโกณ ราศีกุมภ์ 0º – 20º เป็นเกษตร ราศีกุมภ์ 21º - 30º และเป็นเกษตร ราศีมกร 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีตุลย์ 20º
* บรมเกษตร ราศีกุมภ์ 27º และราศีมกร 16º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 21º – 30º ของราศีตุลย์ มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศประจิม (Pascima Dikpala)
** พระวรุณเทพเป็นผู้ดูแลทิศประจิม มีบ่วงบาศก์ปาสะเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพปัตนิ
5. วรรณะ : ศูทร (Shudra Varna) ช่างทุกแขนง วิศวกร และกสิกรรม
6. ธาตุ : วาโยธาตุ (Vayu Tattva)
7. ฤดู : ศิศิระฤดู (Sisira ritu) ฤดูต้นใบไม้ผลิ กุมภาพันธ์ – มีนาคม
8. สี : สีน้ำเงิน สีดำ สีสลัว สีเทาดำ
9. อัญมณี : ไพลิน (Blue Sapphire) ทดแทนโดย เพทายสีน้ำเงิน (Blue Zircon) ทัวร์มาลีนสีน้ำเงิน (Blue Tourmaline) พลอยสีน้ำเงิน (Blue Spinel) เขี้ยวหนุมาน (Amethyst) นิล (Nila) หรือ ลาพิซลาซูไล (Lapis Lazuli) ประดับกับแหวนเหล็กในวันเสาร์ หรือศุกร์ โดยไพลินต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 5 กะรัต สวมที่นิ้วกลางข้างขวา ต้องสวมครั้งแรกก่อนพระอาทิตย์ตกดิน 2 ชั่วโมง ในวันเสาร์ ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : บ ป ผ ฝ พ ฟ ภ ม
11. เทพผู้รักษา : พระพรหม (Brahma)
** พระยม (Yama)
** พระแม่กาลี (Kali Devi)
** พระหนุมาน (Hanuman)
12. เพศ : บัณเฑาะก์ ทั้งเพศชายและหญิง
13. อวัยวะ : ผม เล็บ กระดูก กล้ามเนื้อ ซี่โครง ท้องตอนบน ม้าม เท้า ธาตุลมในร่างกาย กรดในร่างกาย เข่า ไขมันในกระดูก
14. โรค : โรคหู หลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง โรคหืด วัณโรค กามโรค โรคผิวหนัง การประพฤติผิดศีลธรรม โรคปวดตามข้อ ท้องผูก ไตอักเสบ การขับของเสียออกจากร่างกาย
15. นิสัย : ตมัสสะคุณะ (Tamas Guna) เกียจคร้าน ไม่กระฉับกระเฉง เฉื่อยชา เยือกเย็น ไม่เปิดเผยเรื่องของตนให้คนอื่นรู้ เคร่งครัดในระเบียบวินัย รักความยุติธรรม กระด้างทางอารมณ์ โหดเหี้ยม ทารุณ ดื้อรั้น เฉยเมย เห็นแก่ตัว ทิฐิมานะ หยาบคาย
16. บุคคล : ลูกชู้ ลูกนอกกฎหมาย พ่อเลี้ยง โจร วิศวกร สถาปัตยกรรม ช่างทุกแขนง กสิกร ปศุสัตว์ ผู้รับเหมาก่อสร้าง พ่อครัว ทหารเกณฑ์ ทูต ผู้พิพากษา เพชฌฆาตลานประหาร
17. สถานที่ : ห้องส้วม ที่ๆน้ำเน่าขัง ที่เก็บศพ ป่าช้า ที่รกร้าง กองขยะ ตึกร้อง บ้านเก่า คลังอาวุธ เรือนจำ หมู่บ้านชนบท ที่กันดาร ที่แห้งแล้ง ทะเลทราย เนินเขา ป่าใหญ่ ยอดเขาสูง
18. รูปร่าง : สูงใหญ่ สูงโปร่ง กระดูกใหญ่ มือและเท้าใหญ่ไม่งดงามน่ารัก ผิวเนื้อดำ ฟันซี่โตและไม่เป็นระเบียบ ตาโตและค่อนข้างแดง ผมหยาบ แข็งแรง
19. สิ่งอื่นๆ : รสฝาด รสเฉียบ รสกรด ต้นหญ้าและวัชพืช ผ้าหลายสี ผ้าขี้ริ้ว ผ้าเช็ดพื้น แร่เหล็ก แร่ตะกั่ว เครื่องนุ่งห่มเก่า ของเก่า ก่อสร้าง อุปสรรค ตายโหง ความล่าช้า ความวิตกกังวล
20. ประวัติการกำเนิด
พระเสาร์ เป็นบุตรของพระสุริยา และพระนางชายา เทวลักษณะของพระเสาร์ เป็นหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือคันธนู ๑ ลูกศร ๑ หอก ๑ ประทานพร ๑ มีกาดำเป็นพาหนะ รถม้าของพระเสาร์เป็นเหล็กเทียมด้วยม้า ๘ ตัว ส่วนทางไทย พระเสาร์ถือตรี และคันธนู ทรงเสือเป็นพาหนะ
ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ
วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2558
โหราศาสตร์ภารตะ - พระศุกร์
พระศุกร์ (Shukra)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีมีน 0º - 27º เป็นมูลตรีโกณ ราศีตุลย์ 0º – 15º เป็นเกษตร ราศีตุลย์ 16º - 30º และเป็นเกษตร ราศีพฤษภ 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีมีน 27º
* บรมเกษตร ราศีตุลย์ 14º และราศีพฤษภ 13º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 28º – 30º ของราศีมีน มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศอาคเนย์ (Agneya Dikpala)
** พระอัคนีเทพเป็นผู้ดูแลทิศอาคเนย์ มีธนูอาคเนยะศาสตราเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางวัน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพพันธุ
5. วรรณะ : พราหมณ์ (Brahmin Varna) นักบวช พระสงฆ์ ครู อาจารย์
6. ธาตุ : ชลธาตุ (Jala Tattva)
7. ฤดู : วสันต์ฤดู (Vasanta ritu) ฤดูใบไม้ผลิ เมษายน – พฤษภาคม
8. สี : สีหลากสี
9. อัญมณี : เพชร (Diamond) ทดแทนโดย แซฟไฟร์สีขาว (White Sapphire) ทัวร์มาลีนสีขาว (White Tourmaline) เพทายสีขาว (White Zircon) หรือคริสตัลสีขาว (White Rock Crystal) ประดับกับแหวนเงินหรือทองคำขาว โดยเพชรนั้นจะมีน้ำหนักเท่าไหร่ก็ได้ น้อยที่สุดคือ 1 – 1.5 กะรัต ส่วนแซฟไฟร์ ทัวร์มาลีน หรือเพทายสีขาวควรมีน้ำหนักมากกว่า 3 หรือ 4 กะรัต และคริสตัลควรมีน้ำหนักมากกว่า 11 กะรัต สวมที่นิ้วก้อยข้างขวา ต้องสวมครั้งแรกตอนพระอาทิตย์ขึ้น ในวันศุกร์ ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : จ ฉ ช ซ ฌ ญ
11. เทพผู้รักษา : พระแม่ศจี (Sachi Devi) พระชายาพระอินทร์ ** พระแม่ลักษมี (Lakshmi)
12. เพศ : เสามะยะ (Saumya) เพศหญิง
13. อวัยวะ : ใบหน้า ตา ท้ายทอย คอ คาง แก้ม ผิวหนัง ระบบสืบพันธุ์ ความปรารถนาทางกามรมณ์ น้ำอสุจิ รังไข่ อวัยวะเพศ ไต
14. โรค : โลหิตจาง นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ นิ่วในไต ตาเป็นต้อ ระบบสืบพันธุ์ผิดปกติ โรคเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์หรืออวัยวะเพศ อัมพาต หืด วัณโรค คออักเสบ หวัดคัดจมูก กามารมณ์มากผิดปกติ ความผิดปกติในพฤติกรรมทางเพศ โรคไร้สมรรถภาพหรือเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รูปร่างไม่ดึงดูดเพศตรงข้าม กามโรคและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เบาหวาน
15. นิสัย : รชัสสะคุณะ (Rajasa Guna) ความหลงใหล งมงายในตัวเอง ชอบแต่งตัวและความผาสุกไปวันๆ ชอบเที่ยวเตร่หาความสำราญ เจ้าบทเจ้ากลอน ชอบความเพลิดเพลิน สนุกสนานร่าเริง ชอบดนตรีและขับร้อง ใจดี มีเสน่ห์ ชอบเอาใจใส่เพศตรงข้าม รักความสะอาด มีวาจาไพเราะ ช่างเจรจา วิริยะทางสังคมดี
16. บุคคล : ญาติฝ่ายแม่ เมียน้อย หญิงสาว นางงาม ดารา นักแต่งเพลง สร้างภาพยนต์ ช่างเสริมสวย คนขายเครื่องสำอาง นางสนม นางสนองพระโอษฐ์
17. สถานที่ : ห้องนอน สถานที่ร่วมเพศ สวนดอกไม้ สถานเริงรมย์ สถานบันเทิง สภากาชาด สภาสังคมสังเคราะห์ แหล่งท่องเที่ยว สถานเสริมสวยและสถานเสริมความงาม โรงละคร
18. รูปร่าง : รูปร่างงามสะดุดตา แขนขาได้สัดส่วน นัยน์ตาคม ผมดำสลวยและหยักศก
19. สิ่งอื่นๆ : รสเปรี้ยว ต้นไม้ดอก ผ้าไหม ผ้าห่ม เสื้อคลุม เสื้อผ้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง เพชรพลอย งานมงคลสมรส เครื่องนุ่งห่มที่ใช้ทนทาน แร่ไข่มุกและเพชร
20. ประวัติการกำเนิด
พระศุกร์เป็นบุตรของมหาฤๅษีวศิษฐะและนางอุระชะ พระศุกร์เป็นครูของพวกอสุรา ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามของพระพฤหัสบดีที่เป็นครูของฝ่ายเทพ
เทวลักษณะของพระศุกร์ เป็นหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือคัมภีร์พระเวทย์ ๑ สังข์ ๑ หงายมือประทานพร ๑ ประทานพร ๑ มีม้าเป็นสัตว์พาหนะ หรือมีสี่กร ถือไม้เท้า ๑ ลูกประคำ ๑ คัมภีร์พระเวทย์ ๑ ประทานพร ๑ ประทับบนรถม้าเทียมด้วยม้า ๗ ตัว ส่วนทางไทย พระศุกร์ถือไม้เท้า ทรงโคเป็นพาหนะ
ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ
วันเสาร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558
โหราศาสตร์ภารตะ - พระพฤหัสบดี
พระพฤหัสบดี (Vrihaspati)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีกรกฎ 0º - 5º เป็นมูลตรีโกณ ราศีธนู 0º – 10º เป็นเกษตร ราศีธนู 11º - 30º และเป็นเกษตร ราศีมีน 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีกรกฎ 5º
* บรมเกษตร ราศีธนู 16º และราศีมีน 7º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 6º – 30º ของราศีกรกฎ มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศอีสาน (Isanya Dikpala)
** พระศิวะเทพเป็นผู้ดูแลทิศอีสาน (อิศวร) มีตรีศูลเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางวัน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพตนุ
5. วรรณะ : พราหมณ์ (Brahmin Varna) นักบวช พระสงฆ์ ครู อาจารย์
6. ธาตุ : อากาศธาตุ (Akasa Tattva)
7. ฤดู : เหมันต์ฤดู (Hemanta ritu) ฤดูหนาว ธันวาคม – มกราคม
8. สี : สีน้ำตาลอ่อน หรือสีเหลือง
9. อัญมณี : บุษราคัม (Yellow Sapphire) ทดแทนโดย โทแพซสีเหลือง (Yellow Topaz) คอรันดัมสีเหลือง (Yellow Corundum) ทัวร์มาลีนสีเหลือง (Yellow Tourmaline) เพทายสีเหลือง (Yellow Zircon) หรือซิตริน (Citrine) ประดับกับแหวนทองในวันจันทร์หรือวันพฤหัสบดี โดยบุษราคัมต้องมีน้ำหนัก 6 11 หรือ 15 กะรัต สวมที่นิ้วนางข้างขวา ต้องสวมครั้งแรกตอนพระอาทิตย์ขึ้น ในวันพฤหัสบดี ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ด ต ถ ธ ท น
11. เทพผู้รักษา : พระอินทร์ (Indra) ** พระพรหม (Brahma)
12. เพศ : กรูระ (Kroora) เพศชาย
13. อวัยวะ : หู เพดานปาก คอ เส้นเลือดขั้วหัวใจ ต่อไร้ท่อ ตับ น้ำดี ตับอ่อน ถุงน้ำดี การดูดซึมอาหาร การย่อยอาหาร การเจริญเติบโตของร่างกาย ระบบการสลายไขมันในร่างกาย
14. โรค : หูหนวก ไอ ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เบาหวาน โรคหืด วัณโรค โรคตับอ่อน โรคม้ามโรคอ้วน ลิ่มเลือด เส้นเลือดอุดตัน โลหิตจาง เนื้องอก ดีซ่านและโรคอื่นๆของตับ
15. นิสัย : สัตวะคุณะ (Sattva Guna) ผ่องใสในอารมณ์ มีความคิดความอ่าน ทรงภูมิปัญญา น่านับถือ วางตัวดี ชอบศึกษา รอบรู้คงแก่เรียน มีความรู้ อัจฉริยะด้านการอ่านและเขียน มีพรหมวิหาร มีคุณธรรมสูง วางตัวเฉยเมย เยือกเย็น บูชาความบริสุทธิ์ เที่ยงธรรมและยุติธรรม
16. บุคคล : บุตรและหลาน ทายาท ครูอาจารย์ พระสงฆ์ ผู้พิพากษา วุฒิสมาชิก นักปราชญ์ราชบัณฑิต มหัลกะ (ผู้มีอายุมาก) พระพรหม
17. สถานที่ : ห้องหนังสือ ห้องเรียน ห้องสมบัติ คลังสมบัติ ศาล โรงเรียน สถานศึกษา ป่าไผ่ โรงทาน ธนาคาร ตลาดหุ้น
18. รูปร่าง : อ้วนชนิดลงพุง ตาและผมมักเป็นสีน้ำตาล ผมหยักศก
19. สิ่งอื่นๆ : รสหวาน ต้นไม้ผลดกออกตลอดปี ผ้าสีเหลือง จีวรพระ เครื่องนุ่งห่ม อาหาร แร่เงินและทองแดง ผลประโยชน์ รายได้ กำไร ปานิโยทก (น้ำดื่ม) เครื่องเรือน รัตนาวลี (สร้อยเพชร) ความรุ่งเรือง ศิโรรัตน์ (เพชรประดับศีรษะ) ชโยติส (โหราศาสตร์และดาราศาสตร์) พระเวทย์ เวทางคศาสตร์ (ศาสตร์ประกอบการศึกษาพระเวทย์)
20. ประวัติการกำเนิด
หลังจากที่พระพรหมบิดาได้สร้างโลกขึ้นมาแล้ว ทรงสร้างมหาฤๅษีขึ้นมากลุ่มหนึ่ง เพื่อคอยจดบันทึกพระเวทย์จากพระโอษฐ์ของพระองค์ได้ โดยหลาย ๆ คัมภีร์ จะกล่าวว่ามหาฤๅษีนั้นมีเพียง ๗ รูปเท่านั้น แต่ในอีกหลายคัมภีร์ก็มีหลายรูป พอสรุปได้ดังนี้คือ มหาฤๅษีภฤคุ มหาฤๅษีปุลาหะ มหาฤๅษีกรตุ มหาฤๅษีอังคิร์ มหาฤๅษีมริจิ มหาฤๅษีอตริ มหาฤๅษีปุละสัตยะ มหาฤๅษีนารท มหาฤๅษีวศิษฐะ และพระพรหมยังทรงสร้างมนู หรือมนุษย์กลุ่มแรกขึ้นมาหลายคน หนึ่งในนั้นคือ กรรธะมะประชาบดี และเทวะหุติภริยา ทั้งสองบำเพ็ญทุขกิริยาต่อพระวิษณุริมฝั่งแม่น้ำสรัสวตี พระวิษณุจึงให้พรบังเกิดเป็น ลูกสาวทั้งหมด ๗ คน คือ กาละ อนุสุยา ศรัทธา หรรภิวุ คติ กริยา ฆยาติ อรุณธติ และศรรติ ศรัทธาและมหาฤๅษีอังคิร์แต่งงานกัน กำเนิดบุตรเป็น พระพฤหัสบดี
พระพฤหัสบดีเป็นครูของเหล่าเทพทั้งหลาย มีภรรยาชื่อพระนางทาระ ตอนที่พระจันทร์ลักพาตัวพระนางทาระไป จนกำเนิดเป็นพระพุธ พระพฤหัสบดีตามหาจนเจอ เกิดการโต้เถียงกันขึ้น พระจันทร์พาพระนางทาระหนีไปอยู่กับพระศุกร์ พระพฤหัสบดีก็ไปทวงคืน พระศุกร์ก็โต้เถียงกับพระพฤหัสบดีด้วย และเนื่องด้วยพระศุกร์เป็นครูของเหล่าอสูร ด้วยเหตุนี้จึงลุกลามกลายเป็นศึกระหว่างเทพและอสูรอีกครั้งหนึ่ง
พระพฤหัสบดีมีเทวลักษณะเป็นหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือจักร ๑ สังข์ ๑ หงายมือประทานพร ๑ และประทานพร ๑ ทรงช้างเป็นพาหนะ หรือในบางลักษณะจะมีสองกร ถือประคำ ๑ และคัมภีร์พระเวทย์ ๑ ประทับอยู่บนรถม้าสีทอง เทียมด้วยม้าสีเหลืองอ่อน ๘ ตัว สำหรับในทางไทย พระพฤหัสบดีถือกระดานชนวน และทรงกวางเป็นพาหนะ
ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ
วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558
โหราศาสตร์ภารตะ - พระพุธ
พระพุธ (Budha)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีกันย์ 0º - 15º เป็นมูลตรีโกณ ราศีกันย์ 16º – 20º เป็นเกษตร ราศีกันย์ 21º - 30º และเป็นเกษตร ราศีเมถุน 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีกันย์ 15º
* บรมเกษตร ราศีกันย์ 7º และราศีเมถุน 24º
2. ทิศ : เจ้าการทิศอุดร (Uttara Dikpala)
** พระกุเวรเทพเป็นผู้ดูแลทิศอุดร มีคฑาหรือกระบองศิพิกะเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพตนุ
5. วรรณะ : ไวศยะ (Vaishya Varna) แพทย์ พ่อค้าวานิช
6. ธาตุ : ปฐวีธาตุ (Prithvi Tattva)
7. ฤดู : สารทฤดู (Sarad ritu) ฤดูใบไม้ร่วง ตุลาคม –พฤษศจิกายน
8. สี : สีเขียวใบหญ้าหรือสีเขียวใบไม้
9. อัญมณี : มรกต (Emerald) ทดแทนโดย อความารีน (Aquamarine) เขียวส่อง (Peridot) เพทายสีเขียว (Green Zircon) โมราสีเขียว (Green Agate) หรือ หยก (Jade) ประดับบนแหวนเงินในวันพุธ โดยมรกตต้องมีน้ำหนัก 3 กะรัตขึ้นไป และสวมที่นิ้วก้อยข้างขวา สวมครั้งแรกในตอนเช้าหลังจากพระอาทิตย์ขึ้นแล้ว 2 ชั่วโมง วันพุธ ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ฎ ฏ ฐ ฑ ฒ ณ
11. เทพผู้รักษา : พระวิษณุ หรือพระนารายณ์ (Maha Vishnu or Naraya)
** พระสุรัสวดี (Saraswati)
12. เพศ : ยุนุค บัณเฑาะก์ ทั้งเพศชายและหญิง
13. อวัยวะ : ลิ้น ปาก มือ แขน ปอด หลอดลม น้ำย่อยในกระเพาะ การย่อยอาหาร ลำไส้ ท้องส่วนล่าง กระเพาะปัสสาวะ ผิวหนัง จิตใจ ไหวพริบปฏิภาณ ระบบประสาท
14. โรค : โรคหืด โรคหลอดลมอักเสบ โรคนอนไม่หลับ ประสาทเสื่อม ความจำสั้น พูดไม่ชัด การพูดผิดปกติ โรคหูหนวก โรคเวียนศีรษะ โรคลมชัก โรคผิวหนัง โรคไร้สมรรถภาพทางเพศ ลำไส้ผิดปกติ การย่อยผิดปกติ โรคกระเพาะ ปวดท้อง ท้องร่วง
15. นิสัย : รชัสสะคุณะ (Rajasa Guna) เจ้าคำพูด เจ้าวาทะศิลป์ ร่าเริง ชอบร่วมเพศด้วยท่าแปลกๆ ปากหวาน เอาใจเก่ง เจ้าปัญญา มีไหวพริบปฏิภาณคล่องแคล่ว ชอบตลกขบขัน วางท่าโต ใจดี ร้องเพลง ปรุงอาหาร เจ้าบทเจ้ากลอน พูดจาฉะฉาน
16. บุคคล : เด็กๆ ลุง น้า บุตร หลาน ญาติฝ่ายพ่อ ลุงน้าฝ่ายแม่ พ่อค้า พวกหากินกับปาก ร้านอาหาร นักแต่งเพลง นักประพันธ์ นักร้อง นักแสดง ทหารอากาศ
17. สถานที่ : สนามหน้าบ้าน สนามกีฬา ที่เล่นกีฬา ร้านอาหาร ห้องอาหาร
18. รูปร่าง : สมส่วน สะโอดสะอง เพรียว โปร่ง อ้อนแอ้น มีลำข้อแข็งแรงและใหญ่โต
19. สิ่งอื่นๆ : รสปร่าหรือหลายรสผสมกัน ต้นไม้ผลออกตามฤดูกาล ผ้าไหมสีดำ ผ้าที่เปียกน้ำ เครื่องนุ่มห่ม แร่ธาตุที่เอามาทำระฆัง สุนทรพจน์ พระสุพรรณบัฏ ลายมือเขียน ตัวอักษร บ้าน การเขียน การพูด การสลัก พระเครื่อง วิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ ฉากตั้ง ป้ายโฆษณา อุปศาสตร์และตำราพิชัยสงคราม เอกสาร กระดาษ ธนบัตร
20. ประวัติการกำเนิด
ครั้งหนึ่ง พระจันทร์เกิดมีใจหลงรักนางทาระ ซึ่งเป็นภรรยาของพระพฤหัสบดีมหาฤๅษี พระจันทร์จึงลักพาตัวนางทาระไปอยู่ด้วยตน หลังจากนั้นไม่นาน นางทาระจึงให้กำเนิดพระพุธ
เทวลักษณะของพระพุธ เป็นชายหนุ่มมีสี่กร ถือดาบ ๑ โล่ ๑ คฑา ๑ ประทานพร ๑ รถม้าของพระพุธเป็นสีน้ำตาลอ่อนเทียมด้วยม้าขาว ๘ ตัว สัตว์พาหนะคือสิงห์ ตามคติไทย พระพุธทรงช้างเป็นพาหนะ ถือตะขอสับช้างเป็นอาวุธ
ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ
วันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
โหราศาสตร์ภารตะ - พระอังคาร
พระอังคาร (Mangal)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีมกร 0º - 28º เป็นมูลตรีโกณ ราศีเมษ 0º – 12º เป็นเกษตร ราศีเมษ 13º - 30º และเป็นเกษตร ราศีพิจิก 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีมกร 28º
* บรมเกษตร ราศีเมษ 11º และราศี พิจิก 14º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 29º – 30º ของราศีมกร มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
2. ทิศ : เจ้าการทิศทักษิณ (Daksina Dikpala)
** พระยมเทพเป็นผู้ดูแลทิศทักษิณ มีไม้เท้ายมทัณฑ์เป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพกัมมะ
5. วรรณะ : วรรณกษัตริย์ (Kshatriya varna) นักรบ ขุนนาง เจ้าพระยา
6. ธาตุ : อัคนีธาตุ (Agni Tattva)
7. ฤดู : กรีศมะฤดู (Greeshma ritu) ฤดูร้อน มิถุนายน – กรกฎาคม
8. สี : สีแดงเลือด หรือสีชมพู
9. อัญมณี : ปะการังสีแดง (Red Coral) ทดแทนโดย คาร์เนเลี่ยนสีแดง (Red Carnelian) เจสเปอร์สีแดง (Red Jasper) ประดับบนแหวนทองผสมทองแดง โดยปะการังต้องมีน้ำหนัก 6 กะรัตขึ้นไป ซื้อหรือประดับในวันจันทร์ วันอังคาร หรือวันพฤหัสบดี สวมที่นิ้วนางข้างขวา และต้องสวมครั้งแรกตอนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว ในวันอังคาร ดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ก ข ฃ ค ฅ ฆ ง
11. เทพผู้รักษา : พระขัณฑกุมาร (Subrahmanya)
12. เพศ : กรูระ (Kroora) เพศชาย
13. อวัยวะ : หน้าผาก จมูก คอ ทรวงอก ไขกระดูก เลือด น้ำดี การย่อยอาหาร ลำไส้ ระบบกล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และไหวพริบ
14. โรค : กาฬโรค หลอดลมอักเสบ โรคปอด โลหิตออกจากปอด ไอเป็นเลือด ผอมแห้ง โรคที่มีเชื้อปลิวในอากาศ กระดูกหัก กล้ามเนื้ออักเสบ กล้ามเนื้อฉีก บวมแดง มะเร็งในกล้ามเนื้อ ไข้ตัวร้อน ผื่นผิวหนัง ผิวหนังแผลเปื่อย แผลเป็น บาดเจ็บ ระบบความคิดผิดปกติ ลมบ้าหมู โรคจิตประสาทผิดปกติ บ้า หิวง่าย แผลไหม้พุพอง ถูกไฟไหม้ อุบัติเหตุ โรคตับ
15. นิสัย : ตมัสสะคุณะ (Tamas Guna) รุนแรง ก้าวร้าว โหดเหี้ยม บ้าบิ่นไร้สติ ใจร้อนรน ดื้อรั้น กล้าหาญ ความเด็ดขาด ความใคร่ของเพศชาย รักอิสระ ชำนาญเรื่องเครื่องจักรกล ชอบขับขี่ยานพาหนะด้วยความเร็วสูง มีความกระหายจัด มีความอยากในกามคุณ ใช้อำนาจตามอำเภอใจ ทะเล่อทะล่า อาฆาต เข้มแข็ง มีเมตตาอารีย์ กล้ากระทำทั้งผิดและถูก
16. บุคคล : ปู่ เพื่อน พี่น้อง น้องชาย ชู้ คู่ครองอื่นนอกจากสามีหรือภริยาตน บ้านใกล้เรือนเคียง นักเลงอันธพาล ทหาร ตำรวจ ทรราชย์
17. สถานที่ : เตาไฟ ห้องครัว กระท่อมมุงด้วยไม้ไผ่
18. รูปร่าง : เอวคอดแต่อกใหญ่ แขนขางามได้สัดส่วน
19. สิ่งอื่นๆ : รสขม ต้นไม้ที่มีรสขม ผ้าสีแดง ผ้าที่เกี่ยวกับการระบำขับร้อง อาวุธ ของแหลม ทองคำ นาฬิกา ผ่าตัด อาสนะพระ อุบัติเหตุกระทันหัน ชัยชนะ เปคัสการิมหรือแตน ยานพาหนะ
20. ประวัติการกำเนิด
วันหนึ่งขณะที่พระศิวะกำลังนั่งสมาธิอยู่นั้น พระแม่ปารวตีทรงย่องมาทางด้านหลังขององค์พระศิวะ และปิดตาทั้ง ๓ ของพระศิวะไว้ พลันโลกนี้ก็มืดมิดลงทันใด ขณะนั้นเองก็ได้บังเกิดมีเด็กชายขึ้นมาหนึ่งคน พระศิวะเจ้าจึงตั้งชื่อว่า อันทะกะ แปลว่า มืดบอด หรือมืดมิด
ในขณะเดียวกันอีกสถานที่หนึ่ง หิรัญยักษะกำลังกระทำทุขกิริยาชำระบาปอย่างเคร่งครัด บูชาต่อองค์พระศิวะเพื่อจะขอพรต่อพระองค์ เมื่อพระศิวะรับรู้ถึงความตั้งใจนั้นแล้วพระองค์ก็ได้มาปรากฎพระวรกายเบื้องหน้าหิรัญยักษะและถามถึงสิ่งที่หิรัญยักษะต้องการ หิรัญยักษะจึงแจ้งว่าตนประสงค์จะมีบุตรชายที่มีกำลังและอิทธิฤทธิ์สามารถจะครอบครองทั้ง ๓ โลกได้ พระศิวะเจ้าทรงไม่ประทานพรข้อนี้ให้แต่ทรงเสนอว่า จะทรงยกเด็กคนหนึ่งซึ่งมีคุณสมบัติเพรียบพร้อมทุกอย่างดังที่หิรัญยักษะต้องการให้เป็นลูกชายของหิรัญยักษะ หิรัญยักษะมีความปิติยินดีจึงได้รับเด็กน้อยอันทะกะมาเลี้ยงเป็นบุตรของตน
ต่อมาอันทะกะน้อยเติบโตเป็นมารหนุ่ม ชื่อว่า อันทะกะอสุรา จึงกระทำทุขกิริยาชำระบาปบูชาต่อองค์พระพรหมเทพ พระพรหมเทพก็เสด็จลงมาจากวิมาน มาปรากฎพระวรกายเบื้องหน้าอันทะกะอสุราแล้วจึงทรงถามถึงความปรารถนาของอันทะกะ อันทะกะทูลขอให้ตนเองนั้นจะไม่ถูกฆ่าโดยอสูร ไม่ถูกฆ่าโดยมนุษย์ และไม่ถูกฆ่าโดยเทพเจ้าใดๆ โดยเฉพาะพระนารายณ์ พระพรหมเห็นสมควร แต่ก็ทรงกล่าวว่าพรทุกข้อต้องมีข้อยกเว้น อันทะกะจึงขอว่า ยกเว้นว่าตนจะไปหลงรักหญิงซึ่งตนไม่ควรจะหลงรัก เช่น มารดาของตน พระพรหมเทพก็ทรงให้พรสัมฤทธิ์ดังอันทะกะปรารถนาทุกประการ
เวลาผ่านมาเนิ่นนาน หลังจากหิรัญยักษะถูกฆ่าโดยร่างวราหะอวตารของพระนารายณ์แล้ว อันทะกะอสุราก็กลายเป็นกษัตริย์แห่งอสูร อันทะกะอสุราไปเที่ยวเขาหิมาลัย ได้เห็นโยคีที่บำเพ็ญเพียรอยู่ แล้วพลันสายตาก็ไปจับจ้องที่พระแม่ปารวตีพระชายาของพระศิวะ อันทะกะอสุราหลงรักพระแม่ปารวตีในทันที อันทะกะรีบกลับมายังเมืองมาร กรีธาทัพทั้งหมดเพื่อจะไปต่อสู้กับพระศิวะ ชิงพระนางปารวตีมาเป็นภริยาตน โดยมิรู้ว่าพระนางปารวตีคือมารดาผู้ให้กำเนิดตน
การต่อสู้ดำเนินไปชั่วขณะ พระศิวะได้โอกาสรุกรบ ก็ทรงใช้ตรีศูล แทงที่ด้านหลังของอันทะกะทะลุหน้าอก แล้วก็ทรงยกร่างของอันทะกะขึ้นเหนือพระเศียร เหงื่อของพระศิวะไหลออกจากหน้าผากหยดลงบนพื้นกลายเป็นเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง พระศิวะทรงให้ชื่อว่า จรรจิกา และเหงื่อของพระศิวะไหลออกจากใบหน้าแล้วหยดลงพื้นกลายเป็นเด็กผู้ชาย พระศิวะทรงให้ชื่อว่า มังคะละ หรือ พระอังคาร
เทวาลักษณะของพระอังคาร คือหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือหอกหรือตรีศูล ๑ คฑา ๑ ประทานพระ ๑ หงายมือประทานพร ๑ รถม้าของพระอังคารเป็นสีทอง เทียมด้วยม้าสีแดงเลือด ๗ ตัว สัตว์พาหนะคือแกะ พระอังคารของไทย มีสี่กร ถือตรี ๑ หอก ๑ ศร ๑ ประทานพร ๑ สัตว์พาหนะคือกาสร
ติดตามได้ที่ Facebook : ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ สำนักวะนะยาสะนะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






