วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระจันทร์



พระจันทร์ (Chandra or Chadrama or Soma)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีพฤษภ 0º - 3º เป็นมูลตรีโกณ ราศีพฤษภ 4º – 30º เป็นเกษตร ราศีกรกฎ 0º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีพฤษภ 3º
* บรมเกษตร ราศีกรกฎ 9º
2. ทิศ : เจ้าการทิศพายัพ (Vayavya Dikpala)
** พระวายุเทพเป็นผู้ดูแลทิศพายัพ มีธนูวายุอัสตราเป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลากลางคืน
* ขึ้น 11 ค่ำ – แรม 5 ค่ำ อยู่ในดิถีเพ็ญ มีกำลังมากที่สุด
* แรม 6 ค่ำ – แรม 15 ค่ำ อยู่ในดิถีดับ มีกำลังน้อยที่สุด
* ขึ้น 1 ค่ำ – ขึ้น 10 ค่ำ อยู่ในดิถีเพ็ญ มีกำลังปานกลาง
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพพันธุ
5. วรรณะ : ไวศยะ (Vaishya Varna) แพทย์ พ่อค้าวานิช
6. ธาตุ : ชลธาตุ (Jala Tattva)
7. ฤดู : วรรศาฤดู (Varsa ritu) ฤดูมรสุม สิงหาคม - กันยายน
8. สี : น้ำตาลอ่อน
9. อัญมณี : มุก (Pearl) ทดแทนโดย มูนสโตน (Moon-stone) หรือ ไวท์แซฟไฟร์ (white Sapphire) โดยมุกต้องมีน้ำหนัก 2 4 6 หรือ 11 กะรัต ประดับบนแหวนเงินในวันจันทร์ สวมที่นิ้วนางข้างขวา และต้องสวมครั้งแรกในเช้าวันจันทร์ หรือพฤหัสบดีดิถีเพ็ญ
10. ตัวอักษร : ย ร ล ว ศ ษ ส ห ฮ ฬ
11. เทพผู้รักษา : พระพิรุณ (Varuna) ** พระแม่ปาราวตี (Parvati)
12. เพศ : เสามะยะ (Saumya) เพศหญิง
13. อวัยวะ : ใบหน้า น้ำลาย น้ำทุกอย่างในร่างกาย ต่อมไร้ท่อ ต่อมฮอโมน ต่อมทอลซิล ต่อมน้ำเหลือง ถันของหญิงสาว หน้าอก ปอด ท้อง มดลูก รังไข่ ระบบประจำเดือน ตาขวาของหญิง ตาซ้ายของชาย
14. โรค :  ความแข็งแรงและความสมบูรณ์ของร่างกาย น้ำในร่างกาย โรคเลือดและน้ำเหลือง โรคโลหิตจาง ปัญหานอนไม่หลับ ความเฉื่อยชา โรคจิต หลอดลมอักเสบ โรคปอด วัณโรค โรคช่องปาก ระบบการย่อยผิดปกติ โรคประสาท โรคชักและลมบ้าหมู โรคม้าม โรคกระเพาะปัสสาวะ โรคที่เกี่ยวกับมดลูกและรังไข่ ประจำเดือนมาไม่ปกติ
15. นิสัย : สัตวะคุณะ (Sattva Guna) ใช้ดูหญิง และใช้ดูจิตใจ ใจดี ใจเย็น ความสะอาดสะอ้าน ความสง่างามของหญิง ความสวยงาม ความผาสุก ความยินดี พูดมาก แสนงอน
16. บุคคล : มารดา ภรรยา เจ้านายหญิง สตรีเพศ อายุในวัยเด็ก หญิงเบญจกัลยาณี บุราณทุติยิกา-ภรรยาที่มีก่อนบวชพระ นางพระยา ทหารเรือ
17. สถานที่ : ห้องน้ำ สระน้ำ ที่ๆมีน้ำขัง ลำน้ำ น้ำจืด แม่น้ำ ที่นอนชั้นดี กองทัพเรือ
18. รูปร่าง : รูปร่างสูงโปร่งระหง แบบบางสะโอดสะอง มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ขาและแขนแข็งแรงและสวยงามน่ารัก สวยงาม งามพร้อม ตาเป็นประกาย เสียงและวาจาอ่อนหวานไพเราะ งามผุดผ่อง
19. สิ่งอื่นๆ : รสเค็ม ต้นไม้ที่มีน้ำยาง ต้นยางพารา ผ้าไหมสีขาว ผ้าเนื้อบาง ดอกไม้ อาหารชั้นดี ขนม บุพเพสันนิวาส ผังเมือง พฤกษชาติ แม่พิมพ์ ปลาน้ำจืด เพชรที่เจียระไนแล้ว มณีรัตน์ เสื้อผ้าหญิง น้ำหอม กำไลข้อมือ พาหุรัดหรือที่รัดต้นแขน กระดิ่ง การเจริญเติบโตของพืช น้ำฝน สายสิญจ์
20. ประวัติการกำเนิด
         ประวัติการกำเนิดของพระจันทร์นั้นมีเรื่องราวที่แตกต่างกันดังนี้
         ในคัมภีร์สกันทะปุราณะ กล่าวว่าพระจันทร์ผุดขึ้นจากเกษียรสมุทรตอนกระทำพิธีกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นเพียงปุราณะเดียวที่อธิบายกำเนิดของพระจันทร์เช่นนี้ ส่วนในปุราณะอื่นได้อธิบายเรื่องราวการกำเนิดของพระจันทร์ไว้ดังนี้
         ในสมัยหนึ่ง มีพรามหณีผู้หนึ่งชื่อ เกาสิกี บิดาของนางได้ยกนางให้แต่งงานกับพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อว่า เกาสิกะ แต่เกาสิกะปฏิเสธที่จะแต่งงานกับนางด้วยเพราะเกาสิกะชอบเที่ยวหอนางคณิกาโสเภณีและรักชีวิตอิสระปราศจากคู่ครอง แต่เกาสิกีก็ยืนยันที่จะแต่งงานอยู่รับใช้เกาสิกะ เกาสิกะจึงยอมแต่งงานกับนาง เมื่อแต่งงานแล้วด้วยความรักของเกาสิกี นางก็ดูแลและเทิดทูนสามีราวกับเป็นเทพองค์หนึ่ง แต่เกาสิกะก็ไม่เลิกนิสัยเจ้าชู้ ซ้ำร้ายยังระบายอารมณ์โกรธใส่และเยาะเย้ยถากถางนางเกาสิกีบ่อยครั้ง แต่ด้วยความรักและความบริสุทธิ์ใจของนางเกาสิกี นางก็ยังคงภักดีต่อสามีของนางไม่เสื่อมคลาย และแม้ว่าเกาสิกะจะแต่งงานกับนางแล้ว เกาสิกะก็ยังชอบไปเที่ยวหอนางคณิกาและโสเภณีบ่อยครั้งแม้นว่าตนเองจะเป็นพราหมณ์ที่ควรจะถือศีลและมีภรรยาอยู่แล้วก็ตาม
         ด้วยความร้ายกาจของเกาสิกะนี้เอง เทพเจ้าจึงบันดาลโรคเรื้อนให้ผุดขึ้นตามร่างกายของเกาสิกะทั่วไปหมด เกาสิกะหลังจากเป็นโรคเรื้อน หอนางคณิกาโสเภณีก็ไม่รับเกาสิกะเข้าไปเที่ยวอีกต่อไป และไล่เกาสิกะให้กลับบ้านไปอยู่กับภรรยา เกาสิกะเป็นโรคเรื้อนจนร่างกายอ่อนแอ แม้กระนั้นเองเกาสิกะก็ยังไม่หยุดความร้ายกาจของตน กลับสั่งนางเกาสิกีผู้เป็นภรรยา ให้พาตนไปเที่ยวหอนางคณิกาโสเภณี โดยจะขี่คอนางเกาสิกีไป ด้วยความรักของนางเกาสิกีนางก็ยอมทำตามคำสั่งของสามี นางเก็บเงินที่มีในบ้าน พาสามีขึ้นขี่คอ เดินทางไปในตอนกลางคืน
         ระหว่างทางต้องผ่านป่าทึบ ที่ซึ่งมีพราหมณ์ผู้หนึ่งชื่อมานทวายะ ถูกจับผูกกับต้นไม้ห้อยประจานความผิดไว้ ในความมืดนั้นเองนางเกาสิกีมองเห็นอะไรได้ไม่ชัดนัก จึงทำให้เกาสิกะที่ขี่บ่าอยู่นั้น ไปชนกับตัวของมานทวายะ และมานทวายะก็ได้สาปว่า ผู้ที่มาแตะต้องตัวของตน ขอให้จบชีวิตในเช้าวันรุ่งขึ้นนั้นเอง นางเกาสิกีได้ยินดังนั้นก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัวใจ นางกลัวสามีจะต้องจบชีวิตลง และโกรธมานทวายะที่บังอาจสาปสามีตน นางจึงใช้ความดีที่นางสะสมมาทั้งหมด อธิษฐานต่อไปว่า ขอพระอาทิตย์จงอย่าขึ้นมาอีกเลย ด้วยเหตุนี้ ในเช้าวันนั้นพระอาทิตย์ก็มิขึ้นมาเหมือนเคย ทำให้โลกสวรรค์และโลกมนุษย์ปั่นป่วนเป็นอันมาก ด้วยต้องตกอยู่ในความมืดมิด เทพต่าง ๆ ก็มีความกังวลว่า หากโลกทั้งหมดนั้นต้องตกอยู่ในความมืด จักรวาลอาจจะถูกทำลาย ต่อไปนี้จะไม่รู้วันและเวลา เทพทั้งหลายจึงชักชวนกันไปหาพระพรหม พระพรหมทรงตรัสชี้แนะว่าให้ไปขอความช่วยเหลือจากนางอนสุยา
         นางอนสุยาเป็นภริยาของมหาฤๅษีอตริ มหาฤๅษีอตริเป็นหนึ่งในมหาฤๅษีทั้ง ๗ ที่พระพรหมสร้างขึ้นมาเพื่อชำระคัมภีร์พระเวทย์ เมื่อเหล่าเทพมาเยือนนางถึงกระท่อมและขอให้นางช่วยเหลือ นางจึงเดินทางไปหานางเกาสิกี เมื่อนางมาถึงที่กระท่อมของนางเกาสิกีแล้วจึงแจ้งความจำนง ขอให้นางเกาสิกียกเลิกคำอธิษฐานและปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้นมาเหมือนเดิม นางเกาสิกีไม่ยอม เพราะหากนางปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้น สามีของนางก็จะต้องตาย นางอนสุยาจึงสัญญาว่า หากพระอาทิตย์ขึ้นแล้วนางจะชุบชีวิตสามีของนางให้ฟื้นคืนดังเดิม ด้วยเหตุนี้นางเกาสิกีจึงยอมยกเลิกคำอธิษฐานนั้นและปล่อยให้พระอาทิตย์ขึ้นมาดังเดิม
         เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นพ้นขอบฟ้า พราหมณ์เกาสิกะก็ถึงแก่ความตาย นางอนสุยาจึงชุบชีวิตเกาสิกะให้ฟื้นคืนดังเดิมพร้อมทั้งรักษาโรคเรื้อนให้หายกลายเป็นชายหนุ่มรูปงามดังเดิม เกาสิกะจึงประจักษ์แจ้งในความรักของนางเกาสิกีและสัญญาจะดูแลนางในฐานะสามีที่ดีตลอดไป
         เทพทั้งหลายเมื่อรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ จึงพากันสรรเสริญนางอนสุยา พระพรหมบิดาจึงถามถึงความปรารถนาของนาง นางอนสุยาจึงขอพรจากพระพรหมเทพบิดาว่า อยากจะให้พระพรหมเทพ พระนายรายณ์ และพระศิวะ มาประสูติในครรภ์เป็นลูกของตน พระนารายณ์จึงแบ่งภาคมาจุติในครรภ์ของนางเป็น ทัตตะเตรยะ หรือพระตรีมูลติ พระพรหมแบ่งภาคมาจุติเป็นพระจันทร์ และพระศิวะแบ่งภาคมาจุติเป็น มหาฤๅษีทุรวาสะ
         เทวลักษณะของพระจันทร์เป็นหนุ่มรูปงามมีสี่กร ถือหม้อน้ำ ๑ ดอกบัว ๑ คฑา ๑ ประทานพร ๑ รถม้าของพระจันทร์มีม้าเทียม 10 ตัว สัตว์พาหนะของพระจันทร์คือกวาง ส่วนในทางไทยพระจันทร์จะถือพระขรรค์ และสัตว์พาหนะของพระจันทร์คือม้า

วันพุธที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - พระอาทิตย์


พระอาทิตย์ (Surya or Aditiya)
1. ตำแหน่ง : อุจจ์ ราศีเมษ 0º - 10º เป็นมูลตรีโกณ ราศีสิงห์ 0º – 20º เป็นเกษตร ราศีสิงห์ 21º - 30º
* บรมอุจจ์ ราศีเมษ 10º
* หลังจากองศาอุจจ์ คือ 11º – 30º ของราศีเมษ มีกำลังเทียบเท่ามูลตรีโกณ
* บรมเกษตร ราศีสิงห์ 7º
2. ทิศ : เจ้าการทิศบูรพา (Purva Dikpala)
** พระอินทราเทพเป็นผู้ดูแลทิศบูรพา มีวชิระ คือสายฟ้า เป็นอาวุธ
3. เวลา : มีกำลังในเวลาเที่ยงวัน
4. ภพ : ทิคะพละศักดิ์ มีกำลังเมื่ออยู่ในภพกัมมะ
5. วรรณะ : วรรณกษัตริย์ (Kshatriya varna) นักรบ ขุนนาง เจ้าพระยา
6. ธาตุ : อัคนีธาตุ (Agni Tattva)
7. ฤดู : กรีศมะฤดู (Greeshma ritu) ฤดูร้อน มิถุนายน – กรกฎาคม
8. สี : สีแดง หรือ สีเลือด
9. อัญมณี : ทับทิม (Ruby) ทดแทนโดย พลอยแดง (Red spinel) สตาร์รูบี้ (Star Ruby) โกเมนสีแดง (Pyrope Garnet) เพทายสีแดง (Red Zircon) หรือ ทัวร์มาลีนสีแดง (Red Tourmaline) ประดับบนแหวนทองคำผสมทองแดง โดยทับทิมนั้นต้องมีน้ำหนักมากกว่า 2.5 กะรัตขึ้นไป ซื้อหรือบรรจุใส่แหวนในวันอาทิตย์ จันทร์ หรือพฤหัสบดี สวมนิ้วนางข้างขวา และสวมครั้งแรกควรเป็นตอนเช้าตรู่ ในวันอาทิตย์ ดีถีเพ็ญ
**ห้ามใส่กับอัญมณีที่เป็นตัวแทนของดาวคู่ศัตรูโดยเด็ดขาด
**การดูแลรักษาอัญมณีทั่วไป ให้แช่ไว้ในน้ำนมที่ยังไม่ผ่านการต้ม (Unboiled Milk) หรือน้ำจากแม่น้ำคงคา (Ganges Water)
10. ตัวอักษร : สระทั้งหมด อะ อา อิ อี อุ อู อึ อือ เอ แอ ไอ ใอ เอา ฤ ฦ
11. เทพผู้รักษา : พระอัคนีเทพแห่งไฟ (Agni) ** พระศิวะ (Shiva)
12. เพศ : กรูระ (Kroora) เพศชาย
13. อวัยวะ : ศีรษะ กระดูก เลือด สมอง น้ำดี และระบบการย่อยอาหาร ตาขวาของชาย ตาซ้ายของหญิง
14. โรค :  ระบบสายตา ปวดศีรษะ ไมเกรน ระบบเลือด ความดันเลือด ไข้ตัวร้อน โรคหัวใจ โรคฟัน มะเร็งในกระดูก กระดูกหัก หัวล้าน ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง
15. นิสัย : สัตวะคุณะ (Sattva Guna) อำนาจ ความดีงาม เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี รุ่มร้อน ผู้นำ เชาว์ปัญญา อารมณ์ร้อน บารมี สง่างาม การเอาชนะ กล้าได้กล้าเสีย ใจร้อนใจเร็ว ความก้าวหน้า
16. บุคคล : บิดา สามี ญาติมิตรถ้าเจ้าชะตาเกิดกลางคืน พระราชา เจ้านาย นายกรัฐมนตรี องคมนตรี
17. สถานที่ : สถานที่ตั้งพระบูชาในบ้าน ห้องพระ สถานที่ราชการ พระราชวัง เทวาลัย โบสถ์ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ สถานที่สำคัญของประเทศ
18. รูปร่าง : อกผายไหล่ผึ่งมีสง่าน่าเกรงขาม สมส่วน นัยน์ตาแจ่มใส เส้นขนสั้นและละเอียดดกดำ
19. สิ่งอื่นๆ : รสเผ็ด ต้นไม้สูงใหญ่และเป็นไม้เนื้อแข็ง ผ้าไหมสีแดง ผ้าเนื้อหนา แสงสว่าง หลอดไฟ เตาไฟ เครื่องนุ่งห่มสวยงามและมีราคาแพง แร่ทองแดง แร่ทองคำ เรือบิน รังสี ไฟฟ้า พลังงาน ท้องฟ้า
20. ประวัติการกำเนิด
ย้อนไปตอนกำเนิดโลก พระพรหมได้สร้างโลกขึ้นมา พร้อมกับคณะเทพคณะหนึ่ง ประกอบด้วย พระอัคนีเทพแห่งไฟ พระวายุเทพแห่งลม พระวรุณเทพแห่งสายฝน พระอินทรา พระสุริยะเทพแห่งอรุณ พระวิษณุกรรมเทพแห่งการช่าง พระภูษาเทพแห่งการประชุม พระมิตรเทพแห่งท้องทะเล ดังนั้น พระสุริยะ คือคณะเทพชุดแรกที่เกิดจากการสร้างของพระพรหม
เหตุกำเนิดชื่อ “อาทิตย์” ในการสร้างโลกครั้งนั้นเอง พระพรหมได้ทำการสร้างมนุษย์ เทพ และมารขึ้นมา แบ่งจักรวาลออกเป็นหลายภูมิหลายโลก ในตอนแรกมีเพียงสวรรค์โลก และบาดาลเท่านั้น เพื่อให้เป็นที่อยู่ของเทพเจ้าและมาร และได้ทำการสร้างมหาฤๅษีขึ้นมา ๗ ตน เพื่อทำการชำระพระเวทย์ หนึ่งในนั้นคือ มหาฤๅษีกัสยปะประชาบดี อันมหาฤๅษีกัสยปะนี้มีภรรยาถึง ๑๓ คน ในบรรดาภรรยาทั้ง ๑๓ คนนี้ มีอยู่ ๒ คนที่สำคัญ คือพระนางอทิติ และพระนางทิติ พระนางทิตินั้น ได้ให้กำเนิดมาร ๒ ตน คือ หิรัญยักษิปุ และหิรัญยักษะ ส่วนพระนางอทิติและพระนางคนอื่นได้ให้กำเนิดเทพบนสวรรค์ เวลาผ่านมาจนมารมีกำลังมากขึ้นและจำนวนมากขึ้นเหล่ามารจึงกรีธาทัพขึ้นมายึดสวรรค์โลก การรบดำเนินไปจนสุดท้ายแล้วฝ่ายมารเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะ ครั้งนั้นเองพระนางอทิติมองไปยังพระสุริยะซึ่งรถม้าของพระองค์กำลังโคจรผ่านท้องฟ้า นางอทิติได้ขอความเมตตาจากพระสุริยะ อันเชิญพระสุริยะมาเกิดในครรภ์ของพระนาง เพื่อจะได้กำเนิดออกมาเป็นบุตรของนาง มีสิทธิจะไปทวงสวรรค์โลกของบรรดาพี่ ๆในฐานะน้องชาย คืนจากพวกมาร
พระสุริยะเห็นชอบด้วย จึงเสด็จลงมาประสูติในครรภ์ของพระนางอทิติ พระสุริยะจึงได้ชื่อว่า พระอาทิติยา หรือ พระอาทิตย์นับแต่นั้นเป็นต้นมา
พระอาทิตย์นั้นมีเทวลักษณ์เป็นชายหนุ่มรูปงาม มีสี่กร ถือจักร์ ๑ สังข์ ๑ ดอกบัว ๑ อีกถือหนึ่งประทานพร ด้วยความเชื่อว่า พระสุริยะเทพคือร่างอีกร่างหนึ่งของพระนารายณ์ แต่ในบางรูปลักษณ์มีเพียงสองกรเท่านั้น และถือดอกบัวทั้ง ๒ กร นั่งอยู่บนรถม้าทองคำกว้างยาวเก้าพันโยชน์ เทียมด้วยม้า ๗ ตัว สัตว์พาหนะของพระสุริยะ คือ ม้า ซึ่งแตกต่างจากทางไทยที่สัตว์พาหนะของพระอาทิตย์คือ สิงห์

วันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - ราศีกุมภ์ และมีน





ราศีกุมภ์ (Kumbha)
กุมภะ – หม้อน้ำ, โตยะธะระ – สระน้ำ, ฆะฏะ – โอ่งน้ำ
1. ควบคุมอวัยวะ – ขา, กระดูก, ประสาท
    โรคกระดูก, โรคปลายประสาท, โรคฟัน
2. เจ้าการแห่งประจิมทิศ
3. ประเภทสถิระราศี
4. ศิระโศทายะราศี
5. ราศีกรูระ
6. ราศีวรรณะ ศูรท กรรมกร
7. ราศีวาโยธาตุ
8. ราศีประเภทนระ 
9. ราศีหรัสวะ เตี้ย แคระ
10. ราศีสีพรภรุ สีน้ำตาลเข้ม สีทองแดง เทาเข้ม
11. ราศีแห่งสถานอโคจร โรงเหล้า บ่อน ชุมชนที่มีน้ำอุดมสมบูรณ์
12. ราศีแห่งพระครุฑ
13.. ราศี ตมัสสะคุณะ เป็นกลาง ไม่เคร่งศีลธรรม และไม่มัวเมาจนเกินเหตุ
    นิสัยเงียบๆ อ่านนิสัยไม่ค่อยออก ไม่ชอบแสดงออก ไม่ชอบเล่าเรื่องของตนเองให้ผู้อื่นรับรู้ คบคนได้ทุกคนและเข้ากันได้กับทุกคน ไม่ถือตัว มีความคิดแปลก ๆ ไม่เหมือนใคร บางทีอัจฉริยะ บางครั้งออกแนวเพี้ยน เป็นนักคิด นักประดิษฐ์ นักปรับปรุงพลิกแพลง นักวางแผน ทำงานเก่ง ประสานงานได้ดี เพราะชอบวางแผนการดำเนินงานให้พร้อมก่อนเสมอ กลัวการเสียหน้า กลัวความผิดพลาด มีความพยายามและมีความบากบั่นอดทนเฉพาะเรื่องที่ตนเองชอบเท่านั้น ชอบใช้เหตุผลและตรรกศาสตร์มาใช้ติดสินเรื่องต่างๆ ช่างคิดหาเหตุผลและคำตอบ เจ้าระเบียบ เคร่งธรรมเนียม หัวโบราณ ขี้กังวล ชอบคิดมาก รักษาภาพลักษณ์ของตนเอง

ราศีมีน (Meena)
มีนะ – มีน – มัตสยา – มัตสยะ – ปฤถุโรมะ – ณะษะ - ปลา, อันตยะ – ราศีสุดท้าย
1. ควบคุมอวัยวะ – เท้า,นิ้วเท้า,ส้นเท้า
    วัณโรค,โรคผอมแห้ง, การหมุนเวียนโลหิต, อวัยวะเกี่ยวกับกระดูกข้อเท้า, โรคเยื่ออ่อนอักเสบ
2. เจ้าการแห่งอุดรทิศ
3. ประเภทอุภะยะราศี
4. ศิระปฤษโตทายะราศี หรือ อุภะโยทายะราศี มีกำลังทั้งกลางวันกลางคืน
5. ราศีเสามะยะ
6. ราศีวรรณะ พรามหณ์
7. ราศีอาโปธาตุ
8. ราศีประเภทชลจร 
9. ราศีหรัสวะ ไม่เล็กไม่ใหญ่ รูปร่างเหมือนปลา ช่วงบนใหญ่ แต่ช่วงล่างเรียวเล็ก
10. ราศีสีเกล็ดปลา สีขาวใส สีคริสตัล
11. ราศีแห่งทะเล ชายหาด
12. ราศีแห่งพระคงคาเทวี
13.. ราศี สัตวะคุณะ สูงส่งทางอารมณ์ สูงส่งทางศีลธรรม
    เฉื่อยชา ใจเย็น ไม่โลดโผน ช่างคิดช่างตรอง ทำงานเป็นระเบียบดีแต่ช้า ไม่ทะเยอทะยาน ชอบสบาย เข้าถึงยาก ไม่ชอบความวุ่นวาย ชอบเก็บตัว ชอบหลีกหนีสังคม มีโลกส่วนตัวสูง มีความคิดเป็นของตนเองที่คนอื่นยากจะเข้าใจ ไม่ชอบเปิดเผยความคิดหรือความรู้สึกของตนเอง กลัวคนอื่นจะรับรู้ความคิดหรือความรู้สึกตนเอง กิริยาท่าทางดูนุ่มนิ่มบอบบาง อ่อนน้อม แต่อาจจะกระทำสิ่งที่ตรงกันข้ามได้เหมือนกัน ช่างฝัน มีอารมณ์ศิลปิน ภายนอกดูเข้มแข็งแต่ภายในอ่อนไหวง่าย มีไหวพริบปฏิภาณสูง แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเก่งมาก มักจะรักและเห็นใจผู้อื่นเสมอ เสียสละ มีความอดทน มีความกล้าที่จะเผชิญปัญหา และมีความนิ่งเมื่อเผชิญปัญหา

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - ราศีธนู และมังกร

ราศีธนู (Dhanu)
ธะนุส์ – คันธนู, จาปะ – คันศร, ศะราสะนะ – การยิงธนู
1. ควบคุมอวัยวะ – ตะโพก, ก้นกบ, ต้นขา, ข้อกระดูก
    โรคปวดตามข้อ, โรคอัมพาต
2. เจ้าการแห่งบูรพาทิศ
3. ประเภทอุภะยะราศี
4. ปฤษโตทายะราศี
5. ราศีกรูระ
6. ราศีวรรณะ กษัตริย์
7. ราศีเตโชธาตุ
8. ราศีประเภทนระ ตั้งแต่ ๐ – ๑๕ องศา และปศุตั้งแต่ ๑๖ – ๓๐ องศา
9. ราศีสมะ ๐ – ๑๕ องศา รูปร่างสูงโปร่ง สมส่วน ๑๖ – ๓๐ องศา หรัสวะ รูปร่างใหญ่ ล่ำสัน * สราวลีกล่าวว่า ราศีธนู เป็น สมะราศีทั้ง ๓๐ องศา
10. ราศีสีปิงคละ สีเหลือง น้ำตาลแดง น้ำตาลเข้ม น้ำตาลเหลือง หรือสีทองสุกใส
11. ราศีแห่งสมรภูมิรบ ค่ายทหารที่มีศาตราวุธและช้างม้า สนามขี่ม้า สนามกีฬา สนามประลองความเร็ว ถนน เส้นทางคมนาคม หน้าผาสูง ยอดไม้ ที่สูง
12. ราศีแห่งพระอินทราเทพ
13.. ราศี สัตวะคุณะ สูงส่งทางอารมณ์ สูงส่งทางศีลธรรม
    มีเมตตากรุณา ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ชอบเป็นธุระงานให้ผู้อื่น เจ้ากี้เจ้าการในงานผู้อื่น ชอบชี้แนะ ชอบชักนำผู้คนมาเจอกัน สนุกกับการสนทนา สนใจศาสนา การศึกษา โคลง กลอน ฉันท์ กาพย์ และวรรณคดี ชอบศึกษาเรื่องที่เป็นปรัชญาและศีลธรรม เคร่งครัดในศีลธรรม ให้คำแนะนำปรึกษาผู้อื่นได้ดี เกลียดความชั่วและความเลว มักเลือกคบคน อ่อนน้อมกับผู้ที่ตนเห็นว่าควรนับถือเท่านั้น ชอบคบหากับคนที่มีเหตุผลและเป็นผู้มีภูมิความรู้เท่านั้น มีความเข้าใจในหลักธรรม มีความเข้าใจในเรื่องบุญกรรม และมีความเข้าใจในเรื่องความสมดุลของธรรมชาติ ซึ่งเป็นเรื่องของทางอภิปรัชญาได้เป็นอย่างดี

ราศีมกร (Makara)
มฤคะ – มฤคาสัย – หัวเป็นกวางหรือเนื้อ, มะกะระ – มังกร – สัตว์ทะเล, นะกระ – จระเข้
1. ควบคุมอวัยวะ – ต้นขา, หัวเข่า, ผิวหนัง, หนังกำพร้า
    โรคเนื้อหนังพิการ, โรคเรื้อน, โรคผิวหนัง,
2. เจ้าการแห่งทักษิณทิศ
3. ประเภทจรราศี
4. ปฤษโตทายะราศี
5. ราศีเสามะยะ
6. ราศีวรรณะ ไวศยะ
7. ราศีปฐวีธาตุ
8. ราศีประเภทปศุ ตั้งแต่ ๐ – ๑๕ องศา และเป็นชะลาจร ตั้งแต่ ๑๖ – ๓๐
9. ราศีสมะ ปานกลาง รูปร่างล่ำใหญ่แข็งแรง กระดูกใหญ่ แต่ผอมสมส่วน
10. ราศีสีกรพุระ สีเทาอ่อน ด่าง ลายจุด เหลืองอ่อน
11. ราศีแห่งพื้นที่น้ำ ป่าชายเลน หรือสถานที่มีน้ำขัง
12. ราศีแห่งพระศิวะเทพ
13.. ราศี ตมัสสะคุณะ เป็นกลาง ไม่เคร่งศีลธรรม และไม่มัวเมาจนเกินเหตุ
    เงียบขรึม ไม่ชอบคุย เก็บตัวใช้ความคิดของตนเองอย่างเงียบ ๆ คนเดียว ไม่ชอบเข้าสังคมและมักจะมีเพื่อนสนิทไม่กี่คน ทำงานจริงจัง จริงจังกับชีวิต ทำงานเอาเป็นเอาตาย บากบั่นในการแก้ปัญหาและอุปสรรค เป็นนักวางแผนเป็นขั้นเป็นตอนจนบางครั้งมากเกินไป เจ้าแห่งเหตุผล ใช้เหตุผลเหนือความรู้สึก ไม่ว่าจะรักใครจะเกลียดใครหรือจะทำอะไรต้องมีเหตุผลที่ดีประกอบเสมอ พูดความจริงไม่กลัวตาย พูดตรงไม่กลัวใคร ชอบออกกำลังกาย ชอบผจญภัย ชอบต่อสู้ เที่ยวกลางแจ้ง ชอบออกแดด ใจยุติธรรม ยอมรับความผิด เจ้าระเบียบ เคร่งธรรมเนียม หัวโบราณ ขี้กังวล ชอบคิดมาก จึงมักจะอมทุกข์ ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง ไม่ชอบการบิดพริ้ว ชอบความมั่นคงแน่นอน เมื่อตัดสินใจแล้วจะไม่เปลี่ยนความตั้งใจ

วันเสาร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - ราศีตุลย์ และพิจิก

ราศีตุลย์ (Tula)
ตุลา – ตุลย์ – ตราชูตราชั่ง, ธะตะ – เครื่องชั่งน้ำหนัก, เตาลี – ช่างเขียน, วะนิก์ – ผู้ขอร้อง
1. ควบคุมอวัยวะ – รังไข่, ไต, กระเพาะปัสสาวะ, ต่อมลูกหมาก, ท่อปัสสาวะ, ท่อน้ำอสุจิ, อัณฑะ, องคชาติชาย
    โรคไตอักเสบ, ปวดกระเบนเหน็บ, นิ่วในไต, โรคต่อมลูกหมาก
2. เจ้าการแห่งประจิมทิศ
3. ประเภทจรราศี
4. ศิระโศทายะราศี
5. ราศีกรูระ
6. ราศีวรรณะ ศูรท ข้าราชการทั่วไป
7. ราศีวาโยธาตุ
8. ราศีประเภทนระ
9. ราศีทีรฆะ ยาว สูงโปร่ง ยาว หรืออาจจะตัวโตโครงใหญ่สักหน่อย
10. ราศีสีนิละ สีน้ำเงินเข้ม กรมท่า สีดำ
11. ราศีแห่งตลาดร้านค้า ย่านการค้า เมืองหลวง เมืองท่า เมืองเศรษฐกิจ
12. ราศีแห่งพระสุรัสวดีเทวี
13.. ราศี รชัสสะคุณะ กิเลสและตัณหา เจ้าชู้ ชอบการร่วมเพศ
    ร่าเริง รักสนุก ชอบอยู่กับหมู่คณะ ชอบเข้าสังคม ตลกขบขันและมีเสน่ห์ เบิกบาน เจ้าสำราญ ชอบเสาะแสวงหาสีสันให้กับชีวิต ตามเพื่อนหรือคนรักง่าย ชอบสร้างความสมดุลระหว่างความสุขของตนเองกับความสุขของเพื่อนหรือคนรัก แคร์ความรู้สึกผู้อื่นเสมอ ไม่ชอบการแตกแยก ไม่ชอบการด่าทอหรือการทะเลาะเบาะแว้ง ไม่ชอบการโต้เถียงหรือโวยวายใส่กัน ไม่ชอบใช้กำลัง ชอบที่จะเจรจาหาจุดตรงกลาง สุภาพเรียบร้อยและอ่อนน้อม มักจะทำอะไรโดยคิดถึงผลได้ผลเสียหรือความคุ้มค่าเป็นหลัก ไม่ชอบการคดโกงที่ตนเองเป็นฝ่ายเสียประโยชน์ ยึดหลักความถูกต้องยุติธรรมเพื่อรักษาประโยชน์ของตนและหรือพวกพ้อง บางครั้งกลายเป็นคนจริงจัง ดุดัน และเคร่งเครียด มีโลกส่วนตัวที่ยากจะเข้าถึงในบางเวลา ทำอะไรมักละเอียดรอบคอบ มีเล่ห์เหลี่ยม มีแผนการณ์ ไม่บุ่มบ่ามผลีผลามและไม่ชอบเสี่ยงมากเกินไปนัก 

ราศีพิจิก (Vrishchika)
วฤศจิกะ – พิจิก – แมงป่อง, กีฏะ – เการปิ – อะลิ – แมลง
1. ควบคุมอวัยวะ – ลูกอัณฑะ, เครื่องเพศหญิง, ทวารหนัก
    โรคริดสีดวงทวาร, โรคในเครื่องเพศหญิง, โรควิปริตทางอารมณ์เพศ
2. เจ้าการแห่งอุดรทิศ
3. ประเภทสถิระราศี
4. ปฤษโตทายะราศี มีกำลังในเวลากลางคืน และใกล้พลบค่ำ หรือช่วงเวลาที่แสงทองจับขอบฟ้า
5. ราศีเสามะยะ
6. ราศีวรรณะ พราหมณ์
7. ราศีอาโปธาตุ
8. ราศีประเภทกีฏะ มีกำลังในภพ ๗
9. ราศีทีรฆะ ท้วมใหญ่ ก้นกว้าง ท้องใหญ่ มีพุง หากเป็นบุรุษมีขนมากในที่ต่างๆ ความต้องการทางเพศสูง หากเป็นสตรี เครื่องเพศใหญ่ โหนกนูนพิเศษ ไม่มีขนในที่ลับ
10. ราศีสีกาญจนะ สีทองแดง ทองคำสนิม สีทองคำ
11. ราศีแห่งรูโพรง ที่มืดเย็น ใต้ดิน
12. ราศีแห่งพระยมเทพ
13.. ราศี สัตวะคุณะ สูงส่งทางอารมณ์ สูงส่งทางศีลธรรม
    ชอบเก็บตัวเพราะมักจะเข้ากับใครไม่ติด ชอบอยู่คนเดียว ชอบอยู่เบื้องหลัง ขี้สงสัย ขี้ระแวง ชอบกังวล คิดมาก ใจเย็น ไม่ค่อยไว้ใจใคร มองคนและโลกในแง่ร้าย  อยากรู้อยากเห็น สงสัยเรื่องใดต้องหาคำตอบให้ได้ เก่งทางด้านค้นคว้าหาคำตอบในทุกเรื่อง ให้คำปรึกษาได้ดีที่สุดในสิ่งที่รู้หรือศึกษามาก่อนเท่านั้น หากไม่มีความรู้ในเรื่องใดอย่างแท้จริงจะไม่พูดในเรื่องนั้น เก่งทางด้านการวิจารณ์และการเสนอมุมมองอย่างลึกซึ้ง คมคาย และเฉียบแหลม มักมีแนวความคิดแปลก ๆ พยายามจะฝืนโลก จะเปิดเผยความคิด ความรู้สึก และอุทิศตนให้กับคนที่ตนไว้ใจเท่านั้น เมื่อรักใครจะรักจริง รักแบบปกป้อง แต่ถ้าเกลียดใครจะเกลียดลึก ฝังจำ บางครั้งก็จะเป็นคนเปิดเผยจนเกินไป ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ง่าย ต้องการกำลังใจจากคนรอบข้างอย่างมาก เวลาเข้าสังคมมักจะพลาดทำอะไรไม่เข้าท่าเข้าทาง หรือชอบทำอะไรบ้าๆบอๆเวลาเข้าสังคม ทำให้คนอื่นมองไม่ดี เวลาหวังอะไรจะหวังมากเพราะคิดว่าศึกษามาดีแล้ว

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - ราศีสิงห์ และกันย์





ราศีสิงห์ (Simha)
กัณฐระวะ – เกษาริน – สิมหะ – เลยะ – สิงโต, มฟเคนทระ – สัตว์มีแผงคอ
1. ควบคุมอวัยวะ – กระเพาะ, ท้อง, หลัง
    การย่อยผิดปกติ, โรคขาดธาตุอ่อน, เบาหวาน, อัมพาต, ง่อย, อ่อนเพลีย, กระดูกสันหลัง
2. เจ้าการแห่งบูรพาทิศ
3. ประเภทสถิระราศี
4. ศิระโศทายะราศี
5. ราศีกรูระ เพศชาย
6. ราศีวรรณะ กษัตริย์
7. ราศีเตโชธาตุ
8. ราศีประเภทปศุ
9. ราศีทีรฆะ ยาว หน้าอกใหญ่ อกผาย ขาใหญ่ แต่สูงสมส่วน
10. ราศีสีปานฑุ สีนวล สีเหลืองอ่อน สีหมอก สีเทาอ่อน
11. ราศีแห่งป่าดงดิบ ป่าไม้ ถ้ำ เทือกเขา ภูเขา
12. ราศีแห่งพระพรหมเทพ
13.. ราศี สัตวะคุณะ สูงส่งทางอารมณ์ สูงส่งทางศีลธรรม
    จองหอง ทรนง มีมาดผู้นำ มักแต่งตัวให้ดูภูมิฐานน่าเคารพเชื่อถือเสมอ ต้องดูดีในสายตาผู้อื่น ชอบวางมาดเพื่อให้ผู้อื่นยำเกรงและเกรงใจ ไว้ตัว จุกจิกกับลูกน้องหรือคนใช้ ชอบที่จะเป็นผู้นำ มีมนุษย์สัมพันธ์ดี เข้ากับคนได้ง่าย แต่มักจะชอบคบกับคนที่อยู่ในระดับฐานะหรือความรู้เดียวกันเท่านั้น หรือชอบคบกับบุคคลที่รู้ใจตนและไม่ค่อยค้านความคิดของตนมากนัก ชอบเข้าสังคมชั้นสูง ชอบพบปะผู้คนหลากหลายเพื่อสร้างอำนาจทางสังคม พูดจาชัดเจนและชอบตลกขบขัน มีเสน่ห์กับคนรอบข้าง มีความมั่นใจในตนเองสูง เปิดเผยและกล้าแสดงออก มีท่าทางที่คนรอบข้างจะต้องเกรงใจ ทิฐิมานะแรงกล้า จริงใจกับเพื่อนและมิตรสหาย แต่หากถูกทำร้าย มักจะตอบโต้ทันที แต่ก็จะให้อภัย ไม่ตัดสัมพันธ์ใครง่ายๆ หรือจะไม่ทำร้ายใครรุนแรง รักหน้าตาและศักดิ์ศรีมาก เกลียดความพ่ายแพ้ ความอับอาย การถูกตำหนิติเตียน และการสบประมาท เวลาทำงานอันใด งานนั้นจะต้องสมบูรณ์แบบที่สุด

ราศีกันย์ (Kanya)
กันยะ – ดรุณี – หญิงสาวแรกรุ่น, ระมะณี – สตรีที่งามพร้อม
1. ควบคุมอวัยวะ – ท้องน้อย, มดลูก, ช่องคลอดหญิง
    โรคท้องผูก, กามโรค, โรคปลดเปลื้องความใคร่ด้วยตัวเอง, โรคลำไส้เล็ก
2. เจ้าการแห่งทักษิณทิศ
3. ประเภททอุภะยะราศี
4. ศิระโศทายะราศี
5. ราศีเสามะยะ
6. ราศีวรรณะ ไวศยะ
7. ราศีปฐวีธาตุ
8. ราศีประเภทนระ
9. ราศีทีรฆะ ยาว รูปร่างตามบิดา
10. ราศีสีจิตระ สีเหลือบ หรือสีลายสลับหลากหลายสี
11. ราศีแห่งห้องนอนของสตรี เมืองหลวง กลางเมืองที่มีความสวยงามและแสงสี
12. ราศีแห่งพระลักษมีเทวี
13.. ราศี ตมัสสะคุณะ เป็นกลาง ไม่เคร่งศีลธรรม และไม่มัวเมาจนเกินเหตุ
    อ่อนหวาน ขี้อาย ถ่อมตัว ปากหวาน รู้จักพูด มีคารมคมคาย สุภาพ อ่อนโยน น่ารัก เข้าสังคมง่าย ไม่ถือตัว เข้ากับคนอื่นได้ดี วางตัวในสังคมดี มีอัธยาศัยไมตรี มักเกลียดการกระทำที่ไร้มารยาท ฉลาดปราดเปรื่อง ชอบเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ทำงานคล่องแคล่ว งานที่ทำจะต้องออกมาสวยงามและสมบูรณ์แบบตรงกับที่ใจต้องการมากที่สุด จริงจังและมุ่งมั่นกับการงานเพราะต้องการให้งานออกมาดีที่สุด ชอบทันสมัยอยู่เสมอ ชอบใช้จ่ายหมดเปลืองและฟุ่มเฟือยไปกับการรับประทาน การใช้ชีวิต และการแต่งตัวตามสมัยนิยม รักความสวยงาม ชอบเรื่องศิลปะและความคลาสสิค มีระดับและมีสไตล์ในการใช้ชีวิต นิยมความสุนทรียรมณ์ รักความสะอาด ชอบกลิ่นหอม ช่างเลือกและเรื่องมาก จุกจิกจู้จี้ พิถีพิถัน ละเอียดถี่ถ้วนในทุกเรื่อง ชอบวิพากษ์วิจารณ์ทุกสิ่ง ชอบเพ้อฝัน ชอบเรื่องความรักและความใคร่ ชอบความโรแมนติก จิตใจภายในมักจะอ่อนไหวและท้อแท้ง่าย แต่ภายนอกจะดูเข้มแข็ง และชอบนินทาจนเกินเหตุ โดยไม่ดูกาละเทศะ

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

โหราศาสตร์ภารตะ - ราศีเมถุน และกรกฎ

ราศีเมถุน (Mithuna)
เมถุน – ชายถือกระบอง ผู้หญิงถือพิณ, ทวาทวะ – มะยะ – คู่แฝด, นฟยุคคะมะ – นำหน้าผู้อื่น, ชุตุมะมะ – เมถุนะ – การร่วมเพศ การร่วมสังวาส
1. ควบคุมอวัยวะ – บ่า, ไหล่, แขน, ปอด, หลอดเลือดด้านบนหัวใจ
โรคผอมแห้ง, ปอดบวม, หอบหืด, หลอดลม, เส้นเลือดหัวใจตีบ
2. เจ้าการแห่งประจิมทิศ มีกำลังเมื่อเป็นภพปัตนิ
3. ประเภทอุภะยะราศี ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลง
4. ปฤษโตทายะราศี หันสันหลังขึ้นท้องฟ้า มีกำลังในเวลากลางคืน
5. ราศีกรูระ เพศชาย
6. ราศีวรรณะ ศูรท กสิกรรม กรรมกร
7. ราศีวาโยธาตุ ธาตุลม
8. ราศีประเภทนระ สัตว์ ๒ เท้า มีกำลังในภพ ๑
9. ราศีสมะ ปานกลาง รูปร่างสมส่วน แบบมนุษย์รูปงาม
10. ราศีสีศุภะ สีเขียวใบไม้แก่ สีเขียวปีกแมลงทับ สีเขียวนกแก้ว
11. ราศีแห่งสวนพฤกษา ทุ่งดอกไม้ บ่อนการพนัน หอคณิกา ที่สำหรับร่วมรักหลับนอน
12. ราศีแห่งพระวิษณุเทพ หรือพระนารายณ์
13.. ราศี รชัสสะคุณะ กิเลสและตัณหา เจ้าชู้ ชอบการร่วมเพศ
พูดเก่ง วาทะศิลป์ดีมาก ปฏิภาณไหวพริบเป็นเลิศ เฉลียวฉลาด ความคิดรวดเร็ว ความจำดี เรียนรู้สิ่งใดได้รวดเร็ว ช่างสังเกต ชอบเรียนรู้สิ่งแปลกใหม่ ใฝ่หาความเจริญก้าวหน้า ไม่ชอบจมอยู่กับที่ คล่องแคล่ว ไม่ชอบการรอคอย เก่งเรื่องวางนโยบายหรือวางแผน แต่ไม่ชอบปฎิบัติเอง ไม่ค่อยน่าเชื่อถือเพราะมักจะลังเลในการตัดสินใจ และมักจะโลเลเปลี่ยนแปลงความคิดได้ตลอด เอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ ทำอะไรมักเผื่อทางรอดทางหนีให้ตนเองเสมอ อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดีมาก แต่ไม่ชอบทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเป็นระยะเวลานาน กระล่อน เจ้าเล่ห์ รู้หลบเป็นปีกรู้หลีกเป็นหาง ชอบพูด ความความสุขกับการพูดคุย ชอบเข้าสังคม ชอบนินทา ไม่ชอบมีกฎเกณฑ์มากนัก ช่วยเหลือคนอื่นต่อเมื่อเห็นว่าเป็นผลดีกับตน

ราศีกรกฎ (Kataka)
กลีระ – กรกฎะ – ปู, กรกฎะกะ – น้ำเต้าหรือบวบ
1. ควบคุมอวัยวะ – หน้าอก, ถัน, หัวใจ, ตับ
โรคที่มากับน้ำ, จมน้ำ, ท้องมาน, โรคหัวใจ
2. เจ้าการแห่งอุดรทิศ มีกำลังเมื่อเป็นภพพันธุ
3. ประเภทจรราศี
4. ปฤษโตทายะราศี
5. ราศีเสามะยะ
6. ราศีวรรณะ พราหมณ์
7. ราศีอาโปธาตุ ธาตุน้ำ
8. ราศีประเภทอัมพุหรือชลจร สัตว์น้ำ มีกำลังในภพ ๔
9. ราศีสมะ ปานกลาง ดูอ้วนอวบ หรือท้วม แข็งแรง
10. ราศีสีปาฏะละ สีชมพู, สีกลีบกุหลาบอ่อน
11. ราศีแห่งแม่น้ำ ลำคลอง ลำธาร บึง ทะเลสาบ พื้นที่ชุ่มน้ำ พื้นน้ำที่มีทราย
12. ราศีแห่งพระปาระวะตี หรือพระอุมาเทวี
13.. ราศี สัตวะคุณะ สูงส่งทางอารมณ์ สูงส่งทางศีลธรรม
เรียบร้อย ขี้อาย เรียบง่าย ไม่รีบร้อน ไม่กระตือรือร้น รักสงบ ทำตัวนิ่งไว้ก่อนและจะไม่เป็นฝ่ายเริ่มก่อน สงวนท่าที ไม่ชอบจองเวรใดๆ ชอบมีชีวิตที่ไม่มีปัญหาและสุขสบาย ไม่ชอบปฏิบัติตามกฎ ไม่ชอบเครียด มีความเป็นแม่สูง ขี้สงสาร ชอบดูแลและปกป้องคนรอบข้าง มีศีลธรรม มีเมตตาสูง มีความเห็นอกเห็นใจชอบช่วยเหลือผู้อื่น ขี้กังวล เป็นห่วงคนรอบข้างเกินเหตุ ทำให้เจ้าระเบียบ ขาดเหตุผล และเข้มงวดกับคนรอบข้างเกินไป แต่สำหรับตนเองจะขอสบายไว้ก่อน และไม่ชอบถูกวิจารณ์ รับฟังคำเตือนจากผู้อื่น ชอบการกินและรักความบันเทิง รักความสวยงาม รักครอบครัว ชอบอยู่บ้านมากกว่า แต่จะชอบท่องเที่ยวหรือทำกิจกรรมกับครอบครัว เป็นพ่อบ้านแม่เรือนที่ดี รักประเพณี รักท้องถิ่นเกิด จิตใจอ่อนไหวและอ่อนแอง่าย ขี้งอน ต้องการความรักจากผู้อื่นตอบแทนบ้าง หงุดหงิดง่าย ชอบให้ยกยอ ชอบให้ชม แต่ถ้าพระ ๒ เป็นข้างแรมแก่ ใจจะเหลาะแหละ รับปากไปทั่วแต่ทำไม่ได้ และจิตใจจะอ่อนแอผิดปกติ